วยเทียนหลานตอบเสียงเย็น “เหลวไหล ในเมื่อเจ้ากับเขาเคยเดิมพันและลงนามในสัญญาเป็นตายแล้วก็จงทำตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้!”
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่งเขาก็กล่าวต่อว่า “อีกอย่าง ถึงแม้เขาจะใช้ไพ่ตายแล้วอย่างไรเล่า? อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่มีไพ่ตาย!”
เวยเทียนหลานหันกลับมามองเวยซุนอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง “ท้ายที่สุดแล้วเจ้าก็แค่กลัว กลัวว่าจะแพ้ในการประลองไพ่ตายด้วยใช่หรือไม่?”
เวยซุนเม้มริมฝีปากไม่ได้ปฏิเสธ
เวยเทียนหลานชี้นิ้วไปที่จมูกของเวยซุน “อย่าลืมว่าเจ้าคือทายาทตระกูลเวย เป็นอัจฉริยะที่ผ่านด่านตำหนักวิญญาณสิบสามด้านและติดอันดับทำเนียบตำหนักวิญญาณของต้าเฉียน!”
“การต่อสู้ครั้งนี้เจ้าต้องไม่หดถอยเด็ดขาด มิฉะนั้นข้าจะสังหารเจ้าทันที!”
กล่าวถึงประโยคสุดท้ายในดวงตาของเวยเทียนหลานก็ปรากฏแววสังหารวูบหนึ่ง ทำให้เวยซุนรู้สึกชาที่หนังศีรษะ
“ขอรับ!”
ครู่หนึ่งผ่านไปเวยซุนก็กัดฟันรับคำ
เมื่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้วความกังวลในใจและการพึ่งพาเวยเทียนหลานของเขาก็หายไปจนหมดสิ้น
ใจสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ท่าทางที่แสดงออกมาทั้งหมดกลับกลายเป็นความสุขุมและนิ่งสงบ
“การลังเลจะนำมาซึ่งความวุ่นวาย”
ดวงตาของเวยเทียนหลานเปล่งประกายแห่งความประหลาดใจ “เจ้ามีความสามารถโดดเด่นมีพรสวรรค์เป็นเลิศ ข้อบกพร่องของเจ้าคือมีความคิดฟุ้งซ่านมากเกินไป และพึ่งพาตระกูลและสิ่งภายนอกมากเกินไปในการดำเนินชีวิต”
“เพียงแค่ตัดความคิดฟุ้งซ่านเหล่านี้อ