อกไปด้วยพรสวรรค์ของเจ้า ภายภาคหน้าย่อมไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถเป็นปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์ได้!”
เวยซุนกล่าวอย่างเคารพ “คำสั่งสอนของท่านอาเจ็ดเหมือนกระบองที่ฟาดลงบนศีรษะ ทำให้ข้าตื่นจากความหลงผิด!”
“ท่านอาเจ็ดข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังเด็ดขาด!”
เสียงยังคงก้องกังวานเวยซุนก็ก้าวเดินออกไป
“เด็กคนนี้ ในที่สุดก็ดูมีท่าทีดีขึ้นแล้ว!”
รอยยิ้มบางผุดขึ้นที่มุมปากของเวยเทียนหลาน
แต่ไม่นานรอยยิ้มนั้นของเขาก็แข็งค้าง
เพราะทันใดนั้นเขาก็ตระหนักว่าเวยซุนใช้พลังบำเพ็ญขอบเขตตำหนักวิญญาณการหลอมรวมที่แปดไปประลองกับเด็กหนุ่มขอบเขตชักนำวิญญาณ มีสิ่งใดที่น่าภาคภูมิใจกันเล่า?
แม้ว่าเวยซุนจะชนะแต่หากเรื่องนี้แพร่ออกไปผู้ที่ต้องอับอายก็ยังคงเป็นตระกูลเวยอยู่ดี
“แปลกจริง หลานชายของลูซิงอีหลังจากหลับใหลไปสามปีไม่เพียงแต่ตื่นขึ้นแต่ยังกล้าที่จะเป็นศัตรูกับศิษย์ตระกูลเวยของเรา เด็กคนนี้เอาความกล้าหาญมาจากที่ใดกัน?”
เวยเทียนหลานครุ่นคิด “ฉินอูซางกับเซี่ยหลิงชิวไม่ใช่คนโง่ แต่เหตุใดถึงเห็นแก่เจ้าหนุ่มผู้นี้ถึงเพียงนี้ ถึงขนาดไม่คัดค้านการที่เขาลงนามในสัญญาเป็นตายกับเวยซุน?”
เมื่อคิดถึงตรงนี้แม้แต่เวยเทียนหลานก็อดรู้สึกสงสัยไม่ได้
ยอดฝีมือมากมายที่เข้าร่วมการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิได้ถอนตัวออกมาจากเขาไป๋เยี่ยนก่อนกำหนด
พวกเขานำข่าวมากมายเกี่ยวกับการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิกลับมาด้วย
“ข้าขอร้องเรียน! ลูเยี่ยละเมิดกฎข