ะให้ข้าพึงพอใจหรือ? ได้เลย!”
อีกาหัวขาวเสแสร้งทำเป็นสงบ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมว่า “จงคุกเข่าขอโทษท่านใต้เท้าของข้า แล้วเจ้าก็ไสหัวไปได้!”
ปีศาจใหญ่ทั้งสามที่อยู่ในเหตุการณ์สีหน้าหม่นลง ชัดเจนว่าเป็นการจงใจทำให้เหออวิ๋นอับอาย
ทว่าเหออวิ๋นกลับรู้สึกเหมือนโล่งอก นางคุกเข่าลงโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ก้มศีรษะคำนับต่อลูเยี่ยพลางกล่าวว่า “ขอท่านใต้เท้าโปรดใหอภัย อนุญาตให้ข้าจากไปด้วยเถิด!”
“นี่มัน…”
พวกปีศาจใหญ่ทั้งสามตกตะลึงพรึงเพริด หัวใจเต้นรัว รู้สึกว่าเรื่องราวยิ่งดูผิดปกติ
“ให้ตายเถอะ ถึงกับยอมคุกเข่าจริง ๆ…”
อีกาหัวขาวก็รู้สึกตกใจอย่างมาก
“ขออนุญาตถามท่านว่า ข้าสามารถจากไปได้หรือไม่?”
เหออวิ๋นคุกเข่าถามด้วยความระมัดระวัง
อีกาหัวขาวเดิมทียังอยากจะเรียกร้องอะไรที่มากกว่านี้ แต่นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เขาตกลงให้อีกฝ่ายไสหัวไปแล้ว ไม่อาจกลับคำได้ จึงจำต้องยอมแพ้
“ไสหัวไปซะ เห็นเจายอมศิโรราบแบบไร้กระดูกเช่นนี้ ช่างน่ารำคาญ!”
อีกาหัวขาวโบกกรงเล็บของมัน
เหออวิ๋นกล่าวด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณท่านที่ไม่สังหารข้า!”
นางลุกขึ้นยืนแล้วหมุนตัวเดินจากไปทันที โดยไม่สนใจว่าปีศาจใหญ่ทั้งสามจะคิดเช่นไร
บรรยากาศหนักอึ้งเงียบสงัด
เห็นได้ชัดว่าปีศาจใหญ่ทั้งสามมีสีหน้าแปรเปลี่ยนไปมา ในใจพวกมันกำลังต่อสู้อย่างชัดเจน
ลูเยี่ยยิ้มพลางทำลายความเงียบ “พวกท่านไม่คิดจะไสหัวไปให้ไกลหน่อยหรือ?”
เหออวิ๋นได้เดินห่าง