น”
“กูขุย เจ้าต้องจำไว้ว่าแม้จะเกลียดผู้อื่นเพียงใดก็ตาม ต้องยอมรับในข้อดีของคนผู้นั้น นั่นทั้งเป็นการให้ความสำคัญกับศัตรู และเป็นการให้ความเคารพต่อตนเองด้วย!”
เวยซุนหัวเราะขึ้นอย่างกะทันหัน “และตอนนี้ข้าจึงเข้าใจแล้วว่า เหตุใดลูเยี่ยจึงกล้าทำสัญญาเป็นตายกับข้า! พลังบำเพ็ญขอบเขตชักนำวิญญาณ สังหารเซวียเป่ยเหิง ผู้อยู่ในขอบเขตตำหนักวิญญาณการหลอมรวมที่เจ็ดได้อย่างง่ายดาย นับว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ!”
ชายชุดเกราะสงครามที่ถูกเรียกว่ากูขุยกล่าว “คุณชาย เช่นนั้นพวกเราควรทำอย่างไรต่อไป?”
เวยซุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบยันต์ลับชิ้นหนึ่งออกจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้ชายชุดเกราะสงคราม
“รอจนฟ้าสว่าง เจ้าพาคนอื่น ๆ ไปยังบริเวณหน้าผาชิงอวิ่นสักหน่อย”
“ยันต์ลับชิ้นนี้ต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี เมื่อพบกับลูเยี่ย ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องลังเล ลงมือสังหารทันที!”
“หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน อย่าดิ้นรน รีบถอนตัวทันที เข้าใจหรือไม่?”
กูขุยเก็บยันต์ลับไว้ “เข้าใจแล้ว!”
เวยซุนลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ “ไปเถิด หากมีสถานการณ์ใด ให้ใช้ยันต์ติดต่อสื่อสารหาข้าได้ทุกเมื่อ”
“แล้วคุณชายเล่า?”
“ข้ามีธุระอื่นต้องทำ”
เวยซุนหันหลังเดินจากไปสู่ความมืดมิดยามราตรีที่อยู่ไกลออกไป
เมื่อฟ้าสว่าง ความมืดที่ปกคลุมอยู่บนเขาไป๋เยี่ยนถูกขับไล่ออกไป ทุกสิ่งทุกอย่างกลับกลายเป็นสดใสขึ้นมา
นอกเขาไป๋เยี่ยน
“ข้าไม่รู้ว่าสถานการณ์บนภูเขาเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”