หลี่หยวนชงขมวดคิ้วแน่น
สำหรับบรรดาผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ตรงนั้น คืนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างยิ่ง
การสูญเสียโคมไฟสวรรค์เงาจารึกไป ทำให้พวกเขาเสมือนคนตาบอด ไม่อาจรับรู้สถานการณ์ของการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิได้อีกต่อไป
ลูเยี่ยตายแล้วหรือยัง?
ไม่มีใครรู้ และก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้
แต่ปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์ พานโชวหู ก็ยังไม่ชอบความรู้สึกเช่นนี้
เขาส่งเสียงกระแสจิตถามว่า “หลัวหง ไม่มีวิธีที่จะเปลี่ยนโคมไฟสวรรค์เงาจารึกใหม่ได้อีกแล้วหรือ?”
หลัวหงกล่าวอย่างขมขืน “โคมไฟสวรรค์เงาจารึกเป็นของล้ำค่ายิ่ง กรมตรวจการเสวียนจิงของข้ามีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น แม้ว่าจะไปยืมจากที่ว่าการกรมตรวจการเสวียนจิงอื่น แต่กว่าจะยืมกลับมาได้ การล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิก็คงจบลงแล้ว”
“ไม่อาจรอต่อไปอีกแล้ว!”
พานโชวหูแสดงความเด็ดขาดของปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์ ส่งเสียงกระแสจิตไปหาเทียนปอฉง
“เจ้าจงหาที่ที่ไม่มีผู้คน แล้วส่งสารไปถึงพวกปีศาจใหญ่ที่ครอบครองเขาไป๋เยี่ยน”
“บอกพวกมันให้รีบลงมือทันที!”
“หากทำภารกิจล้มเหลว ข้าพานโชวหูจะเข้าไปในภูเขาด้วยตนเอง และจะสังหารพวกมันทั้งหมดให้สิ้น!”
เทียนปอฉงรีบรับคำสั่งทันที “ขอรับ!”
ทั่วทั้งเขาไป๋เยี่ยน มีกำลังพลของเวยซุน รวมถึงกำลังของตระกูลหลี่ ตระกูลฟาง และสำนักศึกษาเทียนเหอด้วย
พานโชวหูคิดในใจ บัดนี้ยังมีเหล่าปีศาจในภูเขาเพิ่มมาอีก ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเศษสวะขอบเขตชักนำว