่ต้นเดียวที่เติบโตอยู่อย่างเดียวดาย กิ่งก้านบิดเบี้ยวคดงอ
มีแสงไฟจากโคมดวงหนึ่งแขวนอยู่บนกิ่งหม่อน ทอดเงาแสงสลัวสีเหลืองอ่อนลงมา
“ท่านยาย ลู่เยี่ยคนผู้นั้นช่างเป็นเซียนที่เหลือเชื่ออย่างแท้จริง!”
“หากข้าเล่าให้ท่านฟัง ท่านอาจจะไม่เชื่อ เมื่อข้ารับรู้ถึงกลิ่นอายจิตเทวะของเขา มันเหมือนกับมดบนพื้นดินที่กำลังเผชิญหน้ากับมังกรบนฟ้า! ทำให้สัญชาตญาณของข้าเกิดความหวาดกลัว!”
“ในตอนนั้น ข้าไม่มีความคิดที่จะต่อต้านเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความคิดที่อยากจะยอมจำนน! แม้เขาจะสั่งให้ข้าตาย ข้าก็จะไม่ลังเลแม้แต่น้อย!”
อีกาหัวขาวนั่งยองๆ อยู่บนรากของต้นหม่อนเก่าแก่ พลางส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวไม่หยุด
ส่วนที่ข้างๆ นั้น มีหญิงชราผู้หนึ่งยิ้มตาหยีฟังอยู่โดยไม่ได้ขัดจังหวะ
ร่างชราของหญิงชรานั้นผอมแห้ง ผมขาวหงอก ใบหน้าซูบผอม ทั่วทั้งร่างแผ่พลังลมปราณอันสงบเยือกเย็นที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและอ่อนโยน
ที่ปลายนิ้วของนางมีเข็มกระดูกเล่มหนึ่ง ใช้เส้นไหมเป็นด้าย กำลังปะชุนเสื้อผ้าเก่าสีเทาหม่นๆ อยู่
“ลู่เยี่ยผู้นั้นเก่งกาจถึงขนาดที่เจ้ากล่าวจริงๆ หรือ? ข้าไม่เชื่อหรอก”
ทันใดนั้น เสียงใสกังวานก็ดังขึ้น
“ใครแอบฟังอยู่? ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!”
อีกาหัวขาวเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ
เห็นเพียงเด็กสาวสวมชุดกระโปรงยาวสีเขียวน้ำทะเลคนหนึ่ง นั่งอย่างสบายอารมณ์อยู่บนกิ่งไม้ ปลายขาทั้งสองข้างที่เรียวสวยแกว่งไปมาในอากาศ
เนื่องจากความมืดของค่