ม่?”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล ข้าไม่ได้มาเพราะการตายของราชาอสรพิษหางแดงและฟางเป่ยเจิ้น”
เว่ยซุนจ้องมองลู่เยี่ย “ผู้ใต้บังคับบัญชาของข้า ปี่ซิ่ว ตายที่เกาะซิงจั๋ว ข้าต้องการสืบให้กระจ่างว่าใครเป็นฆาตกรที่สังหารนาง!”
เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา สายตาของเซี่ยหลิงชิว นั่วหนัว และหลวี่เช่อต่างก็มองไปที่ลู่เยี่ยอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ไม่จำเป็นต้องสืบแล้ว”
ลู่เยี่ยตอบอย่างเปิดเผย “ข้าเป็นคนสังหารเอง”
“เจ้ารึ?”
เว่ยซุนชะงักไป ดูเหมือนไม่คาดคิดว่าลู่เยี่ยจะยอมรับอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้
น้ำเสียงของลู่เยี่ยสงบนิ่ง “นางสมคบคิดกับราชาอสรพิษหางแดงหวังจะเอาชีวิตข้า ข้าจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องสังหารนาง”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าปี่ซิ่วเป็นนายกองของกรมโหรหลวง?”
เว่ยซุนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาเปล่งประกายวาววับด้วยความเย็นยะเยือก “เจ้าสังหารนางไป นั่นเป็นการละเมิดกฎของราชสำนักแล้ว!”
เขาไม่ได้ให้โอกาสลู่เยี่ยได้อธิบายเลยสักนิด เว่ยซุนหันไปกล่าวกับเซี่ยหลิงชิวว่า
“ท่านใต้เท้า ฆาตกรสารภาพความผิดโดยไม่ต้องสอบสวนแล้ว ขอท่านโปรดอนุญาตให้ข้านำตัวนักโทษไปลงโทษตามกฎหมายด้วย!”
เซี่ยหลิงชิวกล่าวว่า “ปี่ซิ่วมีตำแหน่งเป็นนายกองของกรมโหรหลวง แต่กลับร่วมมือกับราชาอสรพิษหางแดง และต้องการสังหารลู่เยี่ย เช่นนี้จะกล่าวว่าลู่เยี่ยผิดได้อย่างไร?”
เว่ยซุนขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “ความผิดถูกเป็นเช่นไร รอให้ข้านำตัวนักโทษกลับไปแล้ว ย่อม