สามารถสืบสวนให้กระจ่างได้ และจะให้คำอธิบายแก่ท่านใต้เท้าอย่างแน่นอน! ท่านใต้เท้าโปรดอนุญาตด้วย!”
เซี่ยหลิงชิวกล่าวอย่างเย็นชาว่า “คำพูดของข้า เจ้าไม่ได้ยินหรือ?”
เพียงประโยคเดียว ทำให้บรรยากาศในห้องโถงใหญ่ตึงเครียดลงในทันที
เว่ยซุนสังเกตเห็นอย่างฉับไวว่า ท่าทีของเซี่ยหลิงชิวที่มีต่อลู่เยี่ยนั้้นไม่ธรรมดา
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง เว่ยซุนก็หัวเราะขึ้นทันใดและกล่าวว่า “ช่างเถิด ข้าจะทำตามที่ท่านใต้เท้าบอกก็แล้วกัน!”
เขาหันกายมามองไปทางลู่เยี่ย “ข้าได้ยินว่าการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิประจำปีจะเริ่มขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้า ในฐานะบุตรหลานของตระกูลลู่ เจ้าจะเข้าร่วมหรือไม่?”
ลู่เยี่ย “เข้าร่วม”
เว่ยซุนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “คนที่รู้จักข้าดีจะรู้ว่าข้าเป็นคนที่ไม่ชอบเก็บเรื่องไว้ในใจไว้ บัดนี้ ต่อหน้าท่านแม่ทัพเซี่ย ข้าจะพูดตรงๆ เลยแล้วกัน”
“หากเจ้าสามารถมีชีวิตรอดกลับมาจากการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิได้ เรื่องที่เจ้าสังหารปี่ซิ่ว ข้าจะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น!”
“แต่หากเจ้ากลัวและไม่กล้าเข้าร่วมการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิ แม้จะทำให้ท่านแม่ทัพเซี่ยโกรธก็ตาม ข้าก็จะไม่ละเว้นเจ้าเด็ดขาด!”
การข่มขู่!
และเป็นการข่มขู่อย่างโจ่งแจ้ง!
ไม่เห็นแก่หน้าผู้ใดทั้งสิ้น
นั่วหนัวอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “เจ้าเก่งกาจถึงเพียงนี้ ไฉนไม่สังหารลู่เยี่ยในตอนนี้เลยเล่า?”
การแสดงอำนาจและความเถรตรงของเว่ยซุนทำให้นางทนดูไม่ได้
เว่ยซุนชะ