ลู่เยี่ยมือหนึ่งถือดาบ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งถือจานทองสัมฤทธิ์ ร่างกายสูงโปร่งก้าวเดินไปข้างหน้า
เท้าเปื้อนคราบเลือดเต็มไปหมด แต่อาภรณ์ของเขากลับสะอาดไร้มลทิน
ในท่ามกลางความวุ่นวายสั่นสะเทือนของตำหนักใหญ่ มีเพียงลู่เยี่ยที่ไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย ราวกับเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้
“ช้าก่อน!”
ทันใดนั้น แม่นางปี่ซิ่วแห่งกรมโหรหลวงก็ตวาดขึ้นมาเสียงแข็ง “เขาคือเทพแห่งแม่น้ำที่ได้รับการแต่งตั้งจากราชสำนัก หากเจ้ากล้าสังหารเขา ก็เท่ากับขัดต่อกฎหมายแห่งต้าเฉียน เจ้าจะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก!”
“ไม่ผิด ข้าคือเทพแห่งแม่น้ำ! เจ้าไม่สามารถสังหารข้าได้!”
ราชาอสรพิษหางแดงล้มตัวอยู่บนพื้น ตะโกนเสียงแหบแห้ง
ลู่เยี่ยเหลือบตามองไปยังแม่นางปี่ซิ่ว “เจ้าตาบอดหรือ? เทพแห่งแม่น้ำกระทำชั่ว ปล่อยให้ผู้ติดตามสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน เจ้าไม่เห็นหรือไร?”
แม่นางปี่ซิ่วกล่าว “ผู้ติดตามทำผิด ลากเทพแห่งแม่น้ำเข้ามาเกี่ยวข้อง จะกล่าวว่าเทพแห่งแม่น้ำทำชั่วได้อย่างไร?”
นางสูดหายใจลึกหนึ่งที แล้วกล่าวต่อว่า “ยิ่งไปกว่านั้น เทพแห่งแม่น้ำกำลังชดเชยความผิด เจ้าก็เห็นแล้ว จุดประสงค์ของงานเลี้ยงต้อนรับอนุภรรยาวันนี้ก็เพื่อสังหารปีศาจใหญ่เหล่านั้น เพื่อชดใช้ความผิดด้วยการสร้างความดีความชอบต่อราชสำนัก!”
แม่นางปี่ซิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “ลู่เยี่ย เจ้าไม่รู้อะไรเลย ทางที่ดีเจ้าควรล้มเลิกความคิดนี้เสีย อย่าหลงผิดอีก