ท่าทีของลู่เยี่ยที่ทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดใด ๆ ยิ่งทำให้ฟางเป่ยเจิ้นโกรธหนักขึ้น
“ผู้ดูแลและปีศาจปลาตัวนี้ตายไปแล้ว โกรธไปก็มีประโยชน์อันใด?”
ลู่เยี่ยก้มตัวลงเก็บไข่มุกเมฆาวารีนั้นขึ้นมา แล้วกล่าวว่า “ตามความเห็นของข้า สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือการบุกเข้าไปในรังของราชาอสรพิษหางแดง แล้วกวาดล้างพวกปีศาจเหล่านั้นให้สิ้นซาก”
ฟางเป่ยเจิ้นหัวเราะด้วยความโกรธ “ข้าบอกไปกี่ครั้งแล้วว่า ราชาอสรพิษหางแดงตอนนี้ยังเป็นเทพแห่งแม่น้ำที่ได้รับแต่งตั้งจากราชสำนัก หากไม่ได้สืบสวนความจริงให้กระจ่าง จะสังหารตามอำเภอใจได้อย่างไร?”
“อีกอย่าง เจ้าคิดว่าด้วยกำลังของพวกเราเพียงเท่านี้ จะเป็นคู่ต่อสู้ของราชาอสรพิษหางแดงได้อย่างนั้นหรือ?”
ลู่เยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “ถ้าไม่ลองดู จะรู้ได้อย่างไร?”
“ช่างดื้อรั้นไม่ฟังคำสั่ง!”
ฟางเป่ยเจิ้นพูดช้า ๆ ทีละคำ “จำไว้ ภารกิจปราบปีศาจครั้งนี้ ข้าเป็นหัวหน้า หากเจ้าไม่เชื่อฟังข้า เจ้าต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาเอง!”
เมื่อกล่าวจบ เขาก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
องครักษ์ปราบปีศาจอีกสามนายก็รีบตามไปติด ๆ ทันที
มีเพียงจ้าวชิงที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเลือกที่จะอยู่ต่อ