ลู่เยี่ยกลับหันไปดื่มสุราและชื่นชมสายฝนที่ตกหนักอยู่นอกห้องโถงวัดต่อไป
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง เสียงฝนกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง การหลบฝนในวัดร้างกลางป่าแห่งนี้ ก็มีรสชาติอีกแบบหนึ่ง
“เมื่อใดฝนหยุดแล้ว พวกเราค่อยเดินทางต่อ”
หลังจากกินอาหารเสร็จ ฟางเป่ยเจิ้นก็นำองครักษ์ปราบปีศาจอีกสามคนไปยังห้องด้านข้างเพื่อพักผ่อน
ในห้องถงวัดใหญ่จึงเหลือเพียงลู่เยี่ยและจ้าวชิงสองคนเท่านั้น
“คุณชายรองลู่ แม้ว่าการสนทนาอย่างเปิดอกทั้งที่เพิ่งรู้จักกันจะเป็นข้อห้ามใหญ่ แต่ข้าก็ยังอยากเตือนท่านสักคำ”
จ้าวชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วลดเสียงลง “โศกนาฏกรรมเมืองซงหยางดูเหมือนเป็นเพียงภัยพิบัติจากปีศาจ แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับเทพแห่งแม่น้ำราชาอสรพิษหางแดงแล้ว เรื่องราวก็ซับซ้อนขึ้น!”
ลู่เยี่ยถามว่า “หมายความว่าอย่างไร?”
จ้าวชิงไตร่ตรองแล้วกล่าวว่า “ราชาอสรพิษหางแดงเป็นเทพแห่งแม่น้ำที่ได้รับการแต่งตั้งจากกรมโหรหลวงหลวง น้าที่รับผิดชอบของมันคือการปกปักคุ้มครองภูเขาและสายน้ำในพื้นที่นี้ แต่ทว่าชื่อเสียงของปีศาจตนนี้กลับเลวร้ายมาก!”