ท้ายสัญญามีข้อความเขียนไว้ว่า ‘ในระหว่างการสังหารปีศาจ ความเป็นและความตายอยู่ขึ้นอยู่กับตนเอง’
ลู่เยี่ยเพียงแค่กวาดตาดูแวบเดียว ก็ลงนามชื่อของตนเอง และประทับลายนิ้วมือ
ถึงตอนนี้ ฟางเป่ยเจิ้นจึงเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่า ลู่เยี่ยมิได้เป็นการลองเชิง แต่ตั้งใจจะไปทำภารกิจกับเขาจริง ๆ
ช่างเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดยิ่งนัก!
เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่รู้หรือว่า สิ่งที่ตนอยากทำที่สุดในตอนนี้ก็คือการสังหารเขาให้ตายเสีย?
ฟางเป่ยเจิ้นคิดไม่ตก สุดท้ายก็สรุปได้เพียงสี่คำ
สวรรค์มีตา!
ในวันนั้น ลู่เยี่ยได้ติดตามฟางเป่ยเจิ้น ขี่ม้าเร็วที่กรมปราบปีศาจจัดเตรียมไว้ออกจากเมืองไป
“ข่าวการออกจากเมืองของลู่เยี่ย ได้ถูกส่งออกไปแล้วหรือไม่?”
ณ จวนที่ว่าการกรมปราบปีศาจ หลี่ฮั่นซานผู้เป็นหัวหน้าเอ่ยถาม
ในมือของเขากำลังเล่นถ้วยชาเคลือบลายครามที่ผลิตจากเตาเผาหรูเย่า
ในต้าเฉียน เครื่องปั้นดินเผาที่ผลิตจากเตาเผาหรูเย่าเป็นหนึ่งในสิ่งของล้ำค่าที่ขุนนางและตระกูลชนชั้นสูงชื่นชอบมากที่สุด
มีคำกล่าวที่ว่า “ถึงจะมีทรัพย์สมบัติมากมาย ก็มิอาจเทียบได้กับเศษเสี้ยวของเครื่องเคลือบลายครามจากเตาเผาหรูเย่า”