เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เสียงอันอ่อนโยนเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากนอกห้องโถงใหญ่
“ช้าก่อน ทุกท่านลืมเรื่องหนึ่งไปหรือไม่?”
พร้อมกับเสียงนั้น หลี่ฮั่นซานก็เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม “หลังจากผ่านด่านทั้งห้าแล้ว ยังต้องปฏิบัติภารกิจปราบปีศาจให้สำเร็จ จึงจะสามารถเป็นองครักษ์ปราบปีศาจได้อย่างแท้จริง”
ขณะพูด หลี่ฮั่นซานไม่สนใจผู้อื่น ยิ้มและคารวะไปทางนั่วนั่วพลางกล่าวว่า “หลี่ฮั่นซานผู้บัญชาการแห่งกรมปราบปีศาจแห่งเมืองเทียนเหอ ขอคารวะท่านผู้สูงศักดิ์!”
ลู่เยี่ยหรี่ตาลง ชายชราผู้นี้เพิ่งผ่านความเจ็บปวดจากการสูญเสียบุตรชายไป แต่กลับออกมาปรากฏตัวในเวลานี้ คงไม่ได้มาด้วยเจตนาดีแน่!
“เจ้าคือหลี่ฮั่นซานหรือ?”
นั่วนั่วขมวดคิ้วกล่าวว่า “เจ้าไม่ใช่กำลังไม่สบายและพักฟื้นอยู่หรือ เหตุใดถึงวิ่งออกมาก่อความวุ่นวายเช่นนี้?”
สีหน้าของหลี่ฮั่นซานชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “มีแขกผู้สูงศักดิ์มาเยือน แม้ข้าจะป่วยไข้อยู่ก็สมควรต้องมาต้อนรับด้วยตนเอง เพื่อแสดงความเคารพ”
นั่วนั่วกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “อย่ามาพูดจาไร้สาระกับข้า บอกมาเถิด เจ้าวางแผนจะมอบภารกิจปราบปีศาจอะไรให้ลู่เยี่ย?”