ลู่เยี่ยกล่าวด้วยเสียงเย็นชาว่า “ในช่วงสามปีที่ผ่านมา การค้าของหอจันทราล้วนอยู่ในการดูแลของพี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่ไม่รู้เลยหรือว่ารายได้ในบัญชีหายไปทั้งหมดสองส่วน?”
สีหน้าของพานอิ๋งซิ่วเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางไม่เคยคิดเลยว่าลู่เยี่ยจะขุดคุ้ยบัญชีเก่าขึ้นมา!
เห็นได้ชัดว่านี่ต้องเป็นฝีมือของฉินอู๋ซางอย่างแน่นอน
หากไม่ใช่เช่นนั้น ลู่เยี่ยคงไม่มีทางได้สมุดบัญชีเหล่านั้นมาจากหอจันทรามาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้!
พานอิ๋งซิ่วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “เรื่องของบัญชีนั้นค่อยว่ากันทีหลัง ข้าเพียงแต่อยากรู้ว่า น้องรองไปที่หอจันทราแล้วได้ยกที่ดินบรรพบุรุษของพวกเราตระกูลลู่ให้กับฉินอู๋ซางไปแล้วหรือไม่?”
พานอวิ๋นเฟิงก็เอ่ยขึ้นทันที “ใช่! หากมิใช่เช่นนั้น ฉินอู๋ซางจะใจดีปล่อยเจ้าไปได้อย่างไร?”
ลู่เยี่ยตอบอย่างเรียบเฉย “พวกเจ้าคิดมากไปแล้ว ที่ดินบรรพบุรุษยังคงเป็นของตระกูลลู่ของข้าอยู่ ส่วนท่านลุงฉินเพียงแต่ประจำการอยู่ที่นั่น เพื่อป้องกันไม่ให้พวกชั่วช้าฉวยโอกาสบุกรุกเข้ามา”
“เป็นไปไม่ได้! ฉินอู๋ซางจิ้งจอกเฒ่านั่นจะใจดีถึงเพียงนั้นได้อย่างไร?”