พานอิ๋งซิ่วเอ่ยคัดค้าน “ตามที่ข้ารู้มา เขาจ้องจะเอาดินแดนลับของบรรพบุรุษของพวกเราอย่างชัดเจน น้องรอง เจ้าคงถูกเขาหลอกแล้ว!”
“สิ่งที่ใช้เปิดดินแดนลับบรรพบุรุษคือตราประทับทองแดงที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งยังอยู่ในมือของข้า”
ลู่เยี่ยพลิกฝ่ามือเปิดเผยให้เห็นตราประทับทองแดงชิ้นหนึ่ง “พี่สะใภ้ใหญ่ควรจะเข้าใจดีว่า หากปราศจากสิ่งนี้ ต่อให้ที่ดินบรรพบุรุษตกไปอยู่ในมือของคนนอก มันก็ไร้ประโยชน์!”
“นี่มัน…”
พานอิ๋งซิ่วยืนตกตะลึงอยู่ตรงนั้น
ใครเล่าจะเชื่อว่า ฉินอู๋ซางผู้เป็นถึงปรมาจารย์ยุทธ์แห่งโลกมนุษย์จะครอบครองที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลู่เพียงเพื่อจะทำความดีเท่านั้น?
“รายได้ในบัญชีหายไปสองส่วนไม่ใช่เรื่องใหญ่ ชดใช้คืนไปก็สิ้นเรื่อง!”
พานอวิ๋นเฟิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “เงินก้อนนี้ ข้าจะออกเอง และจะจ่ายดอกเบี้ยให้พวกเจ้าตระกูลลู่จนครบถ้วนด้วย!”
“ถ้าเป็นแค่เรื่องเงินก็แล้วไป เพราะเป็นคนในครอบครัว ข้าจะไม่คิดเล็กคิดน้อย”
ลู่เยี่ยจ้องมองพานอิ๋งซิ่วด้วยแววตาลึกล้ำ “เมื่อคืนข้าเพิ่งฟื้น วันนี้ท่านเจ้าสำนักศึกษาเทียนเหอเซวียไป๋ซงก็ส่งคนมาทำร้ายบุตรหลานตระกูลลู่ของเรา พี่สะใภ้ใหญ่ไม่มีอะไรจะพูดหรือ?”