พานอิ๋งซิ่วหัวเราะเยาะ “เจ้าสงสัยว่าข้าเป็นคนทำหรือ? เจ้ามีหลักฐานหรือไม่? หากไม่มี เจ้าก็อย่าได้กล่าวหาข้า มิเช่นนั้นอย่าโทษว่าข้าไม่เกรงใจ!”
“เซวียไป๋ซงก็สารภาพแล้ว! พี่สะใภ้ใหญ่ยังจะหาข้อแก้ตัวอีกหรือ?”
ลู่เยี่ยตวาดเสียงดังลั่น “หรือเจ้าต้องการให้ข้านำตัวท่านอาจารย์หยวนคุนมาเผชิญหน้ากับเจ้า?”
ทุกถ้อยคำราวกับสายฟ้าฟาดลงมา สั่นสะเทือนจิตใจผู้คน
พานอิ๋งซิ่วรู้สึกตกใจอย่างมาก
ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปาก พานอวิ๋นเฟิงก็สบถด่าออกมาเสียก่อน “เจ้าสุนัขเฒ่าเซวียไป๋ซง กล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร บัดซบ…”
เพี๊ยะ!
พานอิ๋งซิ่วตบหน้าพานอวิ๋นเฟิงเต็มแรง “หุบปาก! เจ้าไม่รู้อะไรเลยก็อย่าเพิ่งพูด!”
พานอวิ๋นเฟิงกุมแก้มของตัวเองไว้ แล้วก้มหน้านิ่ง
ขณะเดียวกัน ในห้องโถงใหญ่ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นแล้ว
“ฮูหยินน้อย! ท่านกล้าแพร่ข่าวสมรู้ร่วมคิดกับสำนักศึกษาเทียนเหอเพื่อกลั่นแกล้งบุตรหลานของพวกเราตระกูลลู่งั้นหรือ?”
“ช่างน่าละอายนัก ท่านที่มาจากตระกูลสูงส่ง แต่กลับกล้าก่อเรื่องสกปรกเช่นนี้!”
“เรื่องนี้ จำเป็นต้องลงโทษตามกฎของตระกูล!”
สมาชิกตระกูลลู่ทั้งหมดต่างโกรธแค้น สีหน้าดูไม่ดีอย่างยิ่ง