ไม่มีใครคาดคิดว่าเคราะห์กรรมที่ลู่เยี่ยประสบในวันนี้ที่สำนักศึกษาเทียนเหอจะเกี่ยวข้องกับพานอิ๋งซิ่ว
“ท่านอาจารย์เซวียไป๋ซงพูดเช่นนั้นจริง ๆ หรือ?” นั่วนั่วอดไม่ได้จึงต้องเอ่ยถาม
เซี่ยหลิงชิวมองด้วยสายตาประหลาดใจ พลางส่ายหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ไม่มี”
นั่วนั่วเข้าใจทันที “ข้าเกือบจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงแล้ว ที่แท้เขาก็แค่ใช้เล่ห์เหลี่ยม สมกับเป็นคนเจ้าเล่ห์จริง ๆ!”
แต่ลู่เยี่ยกลับกล่าวด้วยเสียงเย็นชาว่า “พี่สะใภ้ใหญ่ยังมีอะไรจะพูดอีกหรือไม่?”
ห้องโถงใหญ่กลับมาอยู่ในความเงียบอีกครั้ง สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่พานอิ๋งซิ่ว
ผิดกับที่ทุกคนคาดหมาย พานอิ๋งซิ่วยังคงสงบนิ่ง กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ข้าบอกไปแล้ว ไม่มีหลักฐาน เจ้าก็อย่าพูดจาเหลวไหลไร้สาระ!”
หยุดไปครู่หนึ่ง นางก็จ้องมองลู่เยี่ย แล้วกล่าวด้วยเสียงเย็นชาว่า “นอกจากนี้ การเป็นประมุขตระกูลก็ควรมีท่าทีสมกับการเป็นประมุขตระกูล หากทำได้แค่จับแพะชนแกะ พูดจาเหลวไหลก็จะทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะได้!”
“อวิ๋นเฟิง พวกเราไปกันเถอะ!”
พานอิ๋งซิ่วกำลังจะพาพานอวิ๋นเฟิงออกไป