“ในเมื่อเจ้าสัตว์เดรัจฉานน้อยนี้ไม่ใช่คนของตระกูลลู่แล้ว การที่ข้าจะสังหารเขาคงไม่มีใครคัดค้านใช่หรือไม่?”
หยวนคุนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
เขามีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ เคราและผมเป็นประกายดั่งหอกทะลวง เดิมทีพลังบำเพ็ญก็อยู่ในขอบเขตแท่นทองคำ เมื่อยืนอยู่ตรงนั้น ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความกดดันอย่างมาก
“ส่วนฟางซิ่วก็ถูกตระกูลลู่ขับไล่แล้ว ข้าสังหารนาง ทุกคนคงไม่คัดค้านหรอกกระมัง?”
หยวนคุนเอ่ยขณะที่สายตามองไปยังพานอวิ๋นเฟิง ทำเอาอีกฝ่ายตกใจจนร่างแข็งทื่อ ใบหน้าเปลี่ยนสี
“แต่ว่าการที่ข้าบุกรุกเข้ามาสังหารคนในตระกูลลู่ก็เป็นการกระทำที่ไร้มารยาทอยู่ดี”
หยวนคุนหันไปมองที่ลู่เยี่ย “ความผิดทั้งหมดข้าจะรับไว้เอง!”
เสียงนั้นดังกังวานไปทั่ว
ลู่เยี่ยรู้สึกปั่นป่วนในใจ เขารู้ดีว่านี่คือหลักฐานแสดงความจงรักภักดีที่หยวนคุนมอบให้ตน!
เขารีบประสานมือคารวะทันที จากนั้นก็กล่าวว่า “ในใจข้า ท่านอาจารย์หยวนเป็นเสมือนคนในครอบครัวอยู่แล้ว สมาชิกตระกูลลู่ทั้งหมดจะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับอาจารย์หยวน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน!”
“ฮ่า ๆ ๆ ข้าไม่ได้เป็นผู้อาวุโสของสำนักศึกษาเทียนเหอแล้ว!”