เบื้องหลังของเขามีผู้พ่ายแพ้สองคนคือหานซานเชวี่ยและหลี่ทั่วที่ตามมา ทั้งคู่ดูทุลักทุเลและน่าสงสาร แต่ก็เชื่อฟังโดยดี ไม่กล้าเคลื่อนไหวมากเกินไปโดยพลการ
มีลู่ผิงเดินตามมาเป็นคนสุดท้าย
บนหลังคาอันสูงตระหง่านของหอลงทัณฑ์ แสงสว่างสาดส่องลงมา
ร่างอรชรบอบบางร่างหนึ่งนั่งอยู่ในเงามืดของสันหลังคาด้วยท่าทางสบายอารมณ์ กำลังเคี้ยวถังหูลู่อย่างเอร็ดอร่อย ดวงตาโค้งงามราวเสี้ยวพระจันทร์หรี่ลง แสดงความพึงพอใจอย่างยิ่ง
สายลมพัดมาเบา ๆ เสื้อคลุมตัวใหญ่ของสาวน้อยพลิ้วไหว เผยให้เห็นสัญลักษณ์ที่ชายเสื้อ เป็นภาพ ‘ดาบกระบี่ไขว้กัน ปีศาจก้มหัวยอมจำนน’
“แปลกจริง โจรน้อยไร้ยางอายผู้นั้นช่างกล้าหาญนัก ก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนี้แล้ว ไม่ควรรีบหนีไปหรือ?”
สาวน้อยมือหนึ่งถือถังหูลู่ อีกมือเท้าคาง ดวงตางามเต็มไปด้วยความสงสัย “ยังคิดที่จะไปที่ลานประลองยุทธ์เพื่อชำระบัญชีกับเซวียไป๋ซงอีก… หึ! เขาคิดว่าตนเองเป็นใครกัน?”
“เช่นนี้ก็ดี โจรอย่างเจ้าตายไปเสีย จะได้ไม่ต้องให้ข้าต้องมาเด็ดหัวสุนัขของเจ้าด้วยตนเองในภายหลัง!”
โดยไม่ทันตั้งตัว ภาพความทรงจำในอดีตก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของสาวน้อย