เพราะในขณะที่ลู่เยี่ยโยนหลี่ทั่วออกไป ร่างของเขาก็พุ่งออกไปแล้ว
ราวกับสายฟ้าสีดำพุ่งเข้าสู่ตำหนัก ในชั่วพริบตาเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าฉีเฟยอวิ๋น
พรึบ!
ร่มกระดาษน้ำมันในมือของลู่เยี่ยราวกับเป็นเหล็กแหลมอันคมกริบ ปลายร่มแทงทะลุเข้าไปในท้องของฉีเฟยอวิ๋น เลือดร้อน ๆ สาดกระเซ็นออกมาเป็นสาย
ในขณะเดียวกัน มือซ้ายของลู่เยี่ยก็คว้าคอของฉีเฟยอวิ๋นไว้แน่น จับเขาขึ้นมาราวกับหิ้วลูกไก่
ฉีเฟยอวิ๋นเจ็บปวดแทบขาดใจ หวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ แต่กลับไม่อาจส่งเสียงร้องครวญครางออกมาได้ ได้แต่ส่งเสียงหอบหายใจหนัก ๆ ใบหน้าบิดเบี้ยวและแดงก่ำ
จนกระทั่งถึงตอนนี้ เสียงเตือนของหานซานเชวี่ยจึงดังก้องไปทั่วตำหนัก
หลายเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วเกินไป
เมื่อทุกคนในตำหนักตั้งตัวได้ ฉีเฟยอวิ๋นก็ถูกจับตัวไปแล้ว สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป
“ลู่เยี่ย เจ้าช่างบังอาจยิ่งนัก! ที่นี่คือหอลงทัณฑ์ ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาอาละวาดได้!”
หานซานเชวี่ยตะโกนเสียงดัง สีหน้าของเขาเคร่งขรึม
เหล่าองครักษ์ของหอลงทัณฑ์ทั้งหมดต่างถือแส้เหล็กหนามเตรียมไว้ พร้อมที่จะลงมือ รอเพียงคำสั่งของหานซานเชวี่ยเท่านั้น
“ผู้ใดกล้าขยับ ข้าจะสังหารเขาให้ตาย”