มีเพียงพานอิ๋งซิ่วและพานอวิ๋นเฟิงน้องชายของนางเท่านั้นที่รู้สึกอับอายและไม่สบอารมณ์ ครั้นเมื่อออกจากห้องโถงพิธีศพวันนี้ สีหน้าของพวกเขาก็ดูไม่ดีเท่าใดนัก
ในขณะนั้น บ่าวรับใช้สูงอายุคนหนึ่งมารายงานว่า “ฮูหยินน้อยแจ้งว่า ยามนี้คุณชายรองได้กลายเป็นประมุขตระกูลแล้ว นางหวังว่าคุณชายรองจะสามารถจัดการเรื่องของหอจันทราให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด”
“นี่คือบัญชีเล่มหนึ่งของหอจันทราขอรับ”
บ่าวรับใช้สูงอายุยื่นสมุดบัญชีให้ลู่เยี่ยด้วยสองมือ
ลู่เยี่ยขมวดคิ้วถามว่า “หอจันทราเป็นอะไรไปหรือ?”
หอจันทรานั้นเป็นโรงรับจำนำแห่งหนึ่งของตระกูลลู่ และก็ยังเป็นหนึ่งในที่ดินของบรรพบุรุษขอตระกูล ที่ใช้ตั้งรกรากเมื่อครั้งแรกเริ่มที่ตระกูลลู่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองเทียนเหอ
ที่สำคัญที่สุดคือ ภายในจวนบรรพบุรุษที่อยู่ด้านหลังหอจันทรามีความลับใหญ่ซ่อนอยู่
บ่าวรับใช้สูงอายุตอบอย่างรีบร้อนว่า “เมื่อเจ็ดวันก่อน หอจันทราถูกฉินอู๋ซางยึดครองไปแล้วขอรับ”
“ท่านลุงฉินอย่างนั้นหรือ?”
ลู่เยี่ยชะงักไป แล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน