ของพวกเราคือการเสาะหาและฟูมฟักอัจฉริยะให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ การที่คุณก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ล้วนเป็นเพราะความพยายามและหยาดเหงื่อของคุณเองทั้งนั้น”
“จริงสิ คุณแวะไปหาตาเฒ่าอู๋หมิงหรือยัง?” หลิวขวงเอ่ยถามขึ้น
“ครูใหญ่อู๋เหรอครับ? ตอนมาถึงสถานการณ์ค่อนข้างฉุกละหุก ผมเลยยังไม่ได้แวะไปเยี่ยมท่านเลย” ซูอวี่ตอบกลับอย่างเกรงใจเล็กน้อย
หลิวขวงยิ้มกว้าง “ไม่ต้องรีบร้อน ไปตอนนี้ก็ยังไม่สาย ตั้งแต่นายจากเมืองไป ตาเฒ่านั่นก็เอาแต่อวดอ้างสรรพคุณให้ผมฟังทุกวี่ทุกวัน ว่านายคือเด็กปั้นจากโรงเรียนมัธยมเหิงเฉิงที่หนึ่ง… อวดจนหูผมชาไปหมดแล้วเนี่ย”
“อ้อใช่ ถ้าจำไม่ผิด ตอนนี้แกน่าจะกำลังคุมการอพยพอยู่ที่โรงเรียนมัธยมเหิงเฉิงที่หนึ่งนั่นแหละ นายก็รู้นี่ เด็กส่วนใหญ่ในโรงเรียนยังไม่ใช่นักสู้ เป็นแค่คนธรรมดาตาดำๆ เท่านั้น”
ซูอวี่พยักหน้ารับคำ “ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวไปเยี่ยมครูใหญ่อู๋ก่อนนะครับ”
พูดจบ ชายหนุ่มก็เอ่ยลาทั้งสอง ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนมัธยมเหิงเฉิงที่หนึ่ง
ณ เขตพื้นที่โรงเรียน
อู๋หมิงกำลังวุ่นวายหัวหมุนกับการจัดระเบียบอพยพนักเรียนอย่างเร่งด่วน
แม้กองหนุนจากเจียงหนาน มณฑลตง และมณฑลซีจะตามมาสมทบแล้ว ทว่าเมืองเหิงเฉิงกำลัง