งไรเยี่ยจ้านก็ไม่ใช่ขั้นเจ้ายุทธปฐมมรรคาเสียหน่อย
ขอเพียงเขาไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม เขาคงยากจะพบขั้นเจ้ายุทธปฐมมรรคาในเวลาใกล้ๆ นี้ หากพลังของเขาไม่เหนือกว่าขั้นเจ้ายุทธปฐมมรรคาละก็ เขาไม่มีทางบังอาจไปล่วงเกินขั้นเจ้ายุทธ์ปฐมมรรคาอย่างเด็ดขาด
เจียงฉางเซิงเรียกป่าโบราณต้องห้ามออกมา ป่าผืนนี้ขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้น มันเปล่งแสงสีทองดุงดงามผิดธรรมดา
ในห้วงแห่งความว่างเปล่าอันมืดทะมึน มีหอคอยยักษ์ดูเก่าแก่หลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ บนยอดหอคอยมีดาดฟ้าโล่งกว้าง
ริมดาดฟ้าคือเสาศิลาขนาดมหึมาต้นแล้วต้นเลาตั้งเรียงราย เหนือเสาหินมีเปลวเพลิงสีฟ้าสะบัดวูบไหว
ดาดฟ้าแห่งนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อยก็ร้อยลี้ ท่ามกลางความว่างเปล่าเหนือยอดหอคอย มีเงาร่างหนึ่งกำลังนั่งสมาธิ
ปราณสีขุ่นคลั่กไหลทะลักเข้าไปในร่างเขา ช่วยเขาหล่อหลอมกายาและวิญญาณอย่างต่อเนื่อง ทั้งร่างของเขาเผยออกมาเพียงใบหน้าที่แลดูแก่ชราอย่างยิ่ง ทันใดนั้นเขาก็ลืมตาขึ้นแล้วขมวดคิ้ว พึมพำกับตนเองว่า
“กลิ่นอายของนิพพาน… วิชานิพพานสู่กำเนิดในมหาพิภพยามนี้ ยังมีผู้ใดรู้วิชานี้อีกหรือ”
เขาเริ่มจับสัมผัสทิศทางที่กลิ่นอายของนิพพานส่งมาอย่างถี่ถ้วน ไม่นานเขาก็จับทิศทางได้
ผ่านไปครู่หนึ่ง เงาร่างหนึ่งพลันก้าวออกมาจากเปลวเพลิงสีฟ้าเหนือยอดเสาศิลาต้นหนึ่ง เงานั้นเคลื่อนมาตรงหน้าเขา ก่อนจะก้มกายคารวะ ถามว่า
“คารวะเจ้าสวรรค์ ต้องการให้ข้าไปทำสิ่งใด”
คนผู้