เยี่ยจ้านแหงนหน้ามองเจียงฉางเซิงที่อยู่สูงขึ้นไปบนท้องนภา ในใจตื่นตะลึง ไม่แน่ใจว่านี่คือภาพลวงตาหรือร่างจริง
สำคัญที่สุดก็คือ เขาไม่อาจมองพลังของอีกฝ่ายออก หลังจากใช้นิพพานสามขั้น เขาก็ผลัดร่างเปลี่ยนกระดูกจนบรรลุถึงความแข็งแกร่งที่ไม่เคยไปถึงมาก่อนแล้ว
ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจียงฉางเซิง เขากลับรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก สิ่งนี้เกิดจากสัญชาตญาณ มันคืออารมณ์ที่เขาไม่อาจควบคุมได้
ไท่สือฉางเชอเห็นมรรคาจารย์ปรากฏกาย สติก็กลับคืนมาอีกครั้ง เขาลอบพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก ต้องสู้กับวิชานิพพานสู่กำเนิด เขาไม่มั่นใจเลยจริงๆ
ไกลออกไปในเมืองที่พังถล่ม ผู้ฝึกยุทธอย่างพวกหลูโจวยินดีจนหลั่งน้ำตา พวกเขาโขกศีรษะคารวะมรรคาจารย์ที่อยู่ตรงสุดขอบฟ้า
เยี่ยชิงจือมองมรรคาจารย์อย่างตกตะลึง นางเคยจินตนาการฉากที่มรรคาจารย์ปรากฏตัวอยู่หลายแบบ แต่ไม่เคยคิดถึงสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
ทหารสวรรค์และแม่ทัพสวรรค์ที่อยู่บนทะเลเมฆเทียมฟ้า ต่างพรูลมหายใจ ความแข็งแกร่งของเยี่ยจ้านทำให้พวกเขาหวาดกลัว อีกฝ่ายไม่ใช่คนที่พวกเขารับมือได้อย่างแน่นอน หากแม้แต่ไท่สือฉางเชอยังพ่ายแพ้ บารมีของแดนสวรรค์คงเสียหายอย่างหนักแน่
“เจ้าไม่ควรระบายความแค้นของเจ้าใส่ปุถุชนทั้งหลาย” เจียงฉางเซิงผู้ยืนอยู่เหนือยอดเมฆกล่าวด้วยน้ำเสียงอันนิ่งสงบ
ผู้ศรัทธาในราชอาณาจักรหลัวหงมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลหลักก็เป็นเพราะความโหดร้ายของเยี่ยจ้าน ท