ซูอวี่ “แล้วพวกแก… เคยเห็นหัวฉันเป็นพวกพ้องตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ?”
หวังหลินแถหน้าตายด้าน “พวกเรามองแกเป็นพวกพ้องมาตลอดนั่นแหละ! มีแต่แกนั่นแหละที่ดื้อด้านอวดดีทำตัวแยกคอก จะไปโทษใครได้!”
ซูอวี่มองทะลุปรุโปร่งถึงสันดานดิบของอีกฝ่ายในทันที หวังหลินก็แค่อยากจะยัดข้อหานี้ใส่เขาให้ได้ ไม่ว่าเขาจะอธิบายยังไง ไอ้สวะนี่ก็จะบิดเบือนและตีไข่ใส่สีเพื่อขับไล่เขาอยู่ดี
พอเห็นซูอวี่เงียบไป หวังหลินก็หันขวับไปหาอวิ๋นฉี่ที่ยืนดูงิ้วอยู่ แล้วเสนอหน้าพูดขึ้น
“พวกมณฑลฉู่ของนายมาที่นี่เพื่อล่าหัวไอ้ซูอวี่ไม่ใช่หรือไง? ตอนนี้ไอ้เวรนี่มันไม่ใช่คนของมณฑลเจียงหนานอีกต่อไปแล้ว พวกนายเชิญตามสบายได้เลย ค่ายมณฑลเจียงหนานจะไม่ขอสอดมือเข้ายุ่งเด็ดขาด!”
อวิ๋นฉี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย การที่หวังหลินโยนเรื่องมาให้ดื้อๆ แบบนี้ ทำเอาเขาประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มมองหวังหลินด้วยรอยยิ้มแฝงความนัย เขาไม่ได้เอ่ยปากตอบรับ แต่เบนสายตากลับมาจับจ้องซูอวี่แทน
“ดูเหมือนว่า… สันดานของนายตอนอยู่เจียงหนานจะบัดซบเอาเรื่องเลยนะ ถึงได้ไม่มีหมาตัวไหนกล้าออกหน้าช่วยพูดแทนเลยสักคน!”
แต่ทว่า ในวินาทีนั้นเอง ตู้เนี่ยนกวนก็ก้าวพรวดออกมายืนขว