ักพลาดพลั้งขึ้นมานิดเดียว… ซูอวี่อาจจะโดนอัดจนพิการครึ่งท่อนไปเลยก็ได้! เผลอๆ อาจจะหมดอนาคตพลาดสอบเกาเข่าปีนี้ไปเลยด้วยซ้ำ!”
“สือหยวนคงไม่เหี้ยมถึงขนาดนั้นมั้ง?”
“ไอ้เรื่องนั้นมันพูดยากโว้ย! สือหยวนมันขึ้นชื่อเรื่องใจคอคับแคบจะตายห่า! แถมสือเจียนยังเพิ่งโดนซูอวี่ย่ำยีมาหมาดๆ มันไม่มีทางปล่อยซูอวี่ไปง่ายๆ แน่!”
“ถ้าอย่างนั้น… การที่ซูอวี่ก้าวขึ้นมาที่นี่ ก็เท่ากับเอาชีวิตมาทิ้งงั้นสิ?”
“ก็คงไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตายหรอก!”
ใครบางคนในฝูงชนทอดถอนใจยาวเหยียด ก่อนจะหลุดปากวิจารณ์ออกมาตามตรง
ภายใต้สายตาจับจ้องนับหมื่นคู่ ซูอวี่ค่อยๆ ก้าวเดินขึ้นไปบนลานประลองอย่างเชื่องช้า รอยยิ้มอุ่นๆ ยังคงประดับมุมปากราวกับมาเดินเล่นรับแดดยามเช้า!
“ปล่อยให้ทุกท่านต้องรอนานแล้ว!”
เสียงหัวเราะสดใสของซูอวี่ดังกังวานก้องไปทั่วบริเวณลานประลอง
ทว่าในวินาทีนี้ กลับไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรตอบกลับมาเลยแม้แต่คนเดียว สิ่งที่ฝูงชนมอบให้… มีเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาและไว้อาลัยล่วงหน้าเท่านั้น
สือหยวนค่อยๆ กระทืบเท้าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
ตูม!
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวปะทุทะลักออกจากร่างยักษ์ใหญ่! พลังปราณสีเหลืองดินแปรเ