ยงหนานของเราอาจจะหลุดพ้นจากตำแหน่งบ๊วยได้สักทีนะครับ”
พอได้ยินแบบนั้น เจียงซ่างก็หลุดหัวเราะออกมาจากใจจริง
“นั่นสินะ เจ้าเด็กแต่ละคนในรุ่นนี้ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ บางที… เกียรติยศของมณฑลเจียงหนาน อาจจะต้องฝากให้พวกเขานี่แหละเป็นคนกอบกู้มันขึ้นมา!”
“แล้ว… ตกลงเรื่องสือหยวนล่ะครับ เรายังจะเข้าไปห้ามอยู่ไหม?”
เสียงเล็กๆ ที่แฝงความขลาดกลัวดังแทรกขึ้นมาอีกครั้ง ทำเอาบรรยากาศอันฮึกเหิมเมื่อครู่แหลกสลายลงในชั่วพริบตา
นัยน์ตาประหนึ่งจะกินเลือดกินเนื้อของเจียงซ่าง ตวัดขวับไปจดจ้องหน้าไอ้คนที่เพิ่งขัดจังหวะทันที
“ถ้าแกเงียบปากไปซะ ก็ไม่มีใครหาว่าแกเป็นใบ้หรอกนะ!”
ผู้ฝึกสอนคนนั้นหดคอวูบด้วยความเสียวสันหลัง ก่อนจะบ่นอุบอิบเสียงอ่อย “ผม… ผมก็แค่พูดความจริงนี่นา”
เจียงซ่างสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความรู้สึกอยากจะตบกะโหลกไอ้หมอนี่ให้ตายคามือสุดฤทธิ์ เขาหันกลับไปทอดสายตามองลานกว้างเบื้องล่าง
“แล้วจะให้ทำยังไงได้วะ? ก็คงต้องปล่อยเลยตามเลยไปก่อน แล้วค่อยหาจังหวะลงไปเบรกแหละมั้ง!”
และในเวลาเดียวกันนั้น การปรากฏตัวของสือหยวน ก็ทำให้ทั่วทั้งค่ายอัจฉริยะลุกเป็นไฟ!
เด็กซิ่วสองสามคนที่เป็นลูกสมุนของสือเจียน