นใส่ลูกน้อง “ตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะที่แกกลายเป็นพวกปอดแหกขี้กังวลแบบนี้?”
ไป๋จ่านยกมือเกาหัวแกรกๆ “ก็ซูอวี่มันเป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าไม่ใช่เหรอครับ แถมผมยังเป็นคนลากตัวมันมาเองกับมือ…”
มุมปากเจียงซ่างกระตุกยิกๆ สวนกลับอย่างหมดความอดทน “เออ! รู้แล้วโว้ยว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงของแก เลิกพล่ามทำตัวน่ารำคาญแล้วแหกตาดูซะ!”
ไป๋จ่านหัวเราะแห้งๆ หดคอกลับไปยืนอยู่ด้านหลังเจียงซ่าง สายตาจับจ้องไปยังลานประลองเบื้องล่างตาไม่กะพริบ
ตัดภาพมาบนสังเวียน สือเจียนจ้องซูอวี่พลางแสยะยิ้มอำมหิต มือค่อยๆ เอื้อมไปดึงพลองเหล็กดำทมิฬออกมาจากด้านหลังช้าๆ
ตัวพลองสะท้อนประกายแสงสีดำทะมึนภายใต้แสงแดด ดูหนักอึ้งและอัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล
“ไปลงนรกซะไอ้สวะ!”
สือเจียนคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด ร่างของมันพุ่งทะยานออกไปในชั่วพริบตา ความเร็วระดับนั้นถึงกับทิ้งภาพติดตาซ้อนทับกันเป็นสายสีดำไว้บนพื้นลานประลอง พลองเหล็กในมือถูกควงตวัดฟาดฟันอย่างดุดันอำมหิต มวลอากาศโดยรอบถูกฉีกกระชากจนขาดสะบั้น!
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!!!
เสียงระเบิดของอากาศที่ถูกแหวกทะลวงดังกึกก้องไปทั่วทั้งลานประลอง
ชั่วพริบตานั้น เหล่าอัจฉริยะข้างสนามถึงกับต้อ