ก่อนร่างตระหง่านจะเลือนหายวับไปจากห้องโถงราวกับภูตผี
คล้อยหลังหวังเว่ย เหล่าผู้บริหารระดับสูงต่างก็โค้งคำนับแล้วทยอยขอตัวลากลับ ท้ายที่สุด กิจการของตระกูลหวังครอบคลุมไปทั่วมณฑลเจียงหนาน ย่อมต้องการคนคอยคุมหางเสืออย่างใกล้ชิด ภายในโถงกว้างจึงเหลือเพียงครอบครัวของหวังหลุนตามลำพัง
อวิ๋นซิ่วขมวดคิ้วมุ่น หันขวับไปรบเร้าสามีทันที
“นายท่านผู้เฒ่าหมายความว่ายังไงกันแน่? ทำไมฉันถึงรู้สึกสังหรณ์ใจคอไม่ดีเลย?”
หวังหลุนแค่นหัวเราะเบาๆ “ท่านพ่อก็อธิบายชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือไง ว่าเป็นคำสั่งด่วนจากเบื้องบน คุณนี่ตีตนไปก่อนไข้จริงๆ”
แทนที่สีหน้าของอวิ๋นซิ่วจะผ่อนคลายลง คิ้วเรียวกลับยิ่งขมวดพันกันยุ่งเหยิง “ตาเฒ่าหวัง ฉันว่าเรื่องนี้มันมีกลิ่นตุๆ คุณลองคิดดูสิ ตั้งแต่นายท่านผู้เฒ่ากลับมา เขาก็ปิดปากเงียบสนิท ไม่เคยหลุดพูดเรื่องของซีเอ๋อร์เลยสักแอะ!”
พอโดนสะกิด หวังหลุนก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขาขมวดคิ้วแน่น “พอคุณทักขึ้นมา มันก็ชักจะทะแม่งๆ จริงๆ… แต่ท่านพ่อก็แค่ไปจัดการไอ้เด็กเมื่อวานซืนขอบเขตหลอมโลหิตไม่ใช่หรือไง? ไอ้ขยะพรรค์นั้นมันจะมีภูมิหลังเบื้องลึกอะไรให้ต้องหวาดกลัวนักหนา?”
อวิ๋นซิ่วแค่นเสียงเย็นช