ักหน่อย!” เวลาที่ส่งมาคือช่วงหกโมงเย็น ซูอวี่เหลือบดูนาฬิกา ตอนนี้ปาเข้าไปสามทุ่มกว่าแล้ว
เขาจัดการล้างหน้าล้างตาลวกๆ ก่อนจะสาวเท้าไปยังห้องทำงานของเจียงซ่าง ซูอวี่มาถึงหน้าประตูอย่างคุ้นเคยพลางเคาะเบาๆ
เสียงทุ้มลึกดังก้องออกมาจากด้านใน “เข้ามา!”
ซูอวี่ผลักประตูเข้าไป ภาพที่เห็นคือเจียงซ่างกำลังนั่งตรวจเอกสารกองโตอยู่ที่โต๊ะ
“หัวหน้าครูฝึกครับ!”
เมื่อได้ยินเสียง เจียงซ่างก็เงยหน้าขึ้นมาเผยรอยยิ้มบาง “มาแล้วรึ? หาที่นั่งก่อนสิ”
ซูอวี่พยักหน้ารับ ก่อนจะยิงคำถามเข้าประเด็นทันทีไม่อ้อมค้อม “ครูฝึกครับ ที่เรียกผมมา มีธุระอะไรรึเปล่าครับ?”
รอยยิ้มบนใบหน้าเจียงซ่างค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความเรียบเฉยจริงจัง
“เรื่องของหวังซี ไป๋จ่านรายงานให้ฉันฟังหมดแล้ว ที่ฉันเรียกเธอมาวันนี้ ก็เพื่อจะคุยเรื่องนี้นี่แหละ”
ซูอวี่เลิกคิ้วเล็กน้อย “เรื่องของหวังซีมีอะไรให้ต้องคุยอีกเหรอครับ? จ้างคนมาลอบสังหารศิษย์ร่วมค่ายอัจฉริยะ ตามกฎแล้วมันก็ควรโดนจับโยนเข้าคุกของสมาคมนักสู้ไม่ใช่เหรอครับ?”
สำหรับกฎเหล็กของค่ายอัจฉริยะ ซูอวี่ย่อมรู้ซึ้งเป็นอย่างดี
เจียงซ่างหัวเราะขื่น “ถ้าเรื่องมันง่ายดายขนาดนั้นก็ดีสิ ฉันคงไม่ต้องเรียกเธ