ขตราชันลงมาทาบทามมันเป็นศิษย์งั้นเหรอ? ช่างเป็นเรื่องตลกสิ้นดี!”
“นั่นสิ! ยอดฝีมือขอบเขตราชันแต่ละคนล้วนเป็นมังกรเร้นกายอยู่บนยอดเขา การที่ท่านโหวหอกศักดิ์สิทธิ์ถูกตาต้องใจก็ถือว่าเป็นวาสนาหล่นทับที่หาได้ยากยิ่งแล้ว ถ้าเปลี่ยนเป็นฉันล่ะก็ รีบก้มหัวกราบไปตั้งนานแล้ว!”
กลุ่มอัจฉริยะต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่
หยางเสี่ยวยืนฟังเงียบๆ ก่อนจะก้าวฉับๆ ออกมาเบื้องหน้า
“เพราะพวกแกมันมีข้ออ้างกระจอกๆ แบบนี้ไง ถึงได้ไม่มีปัญญาสร้างสถิติอะไรกับเขาได้!”
บารมีของหยางเสี่ยวในหมู่เด็กใหม่นั้นอยู่ในระดับกดข่มทุกคน ทันทีที่เขาเอ่ยปากตวาด ต่อให้เป็นหวังซีที่เกลียดชังซูอวี่เข้ากระดูกดำ ก็ยังต้องหุบปากเงียบกริบไม่กล้าเถียง
หยางเสี่ยวหันขวับไปมองซูอวี่ แววตาของเขาเดือดพล่านไปด้วยเจตจำนงแห่งการต่อสู้อันบ้าคลั่ง
“ซูอวี่ นายแม่งโคตรแกร่ง! ฉันอยากจะสู้กับนายสักตั้ง!” หยางเสี่ยวแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างกระหายเลือด
ซูอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เพิ่งจะอ้าปากเตรียมตอบรับ ก็ถูกหยางเสี่ยวพูดแทรกขึ้นมาก่อน
“แต่ฉันจะไม่รังแกนายหรอกนะ! ตอนนี้ฉันอยู่ขอบเขตหลอมโลหิต ส่วนนายยังอยู่แค่ขอบเขตปราณโลหิต รอให้นายทะลวงขึ้นสู่ขอบเขตหลอมโ