นยังห่างไกลจากพวกเรามาก ตอนนี้ตั้งใจฝึกฝนไปก่อน อย่าเพิ่งทะเยอทะยานเกินตัว”
ว่าแล้วเขาก็ดันกล่องไม้ใบหนึ่งมาตรงหน้าซูอวี่
“ข้างในนี้คือ ‘โอสถปราณโลหิต’ สิบเม็ด หลังจากนี้ทุกๆ เดือน เธอสามารถมารับโควตายาฟรีได้จากสมาคม ส่วนพวกเคล็ดวิชาหรือเครื่องทดสอบต่างๆ ทิ้งที่อยู่เอาไว้ เดี๋ยวจะมีคนเอาไปส่งให้ถึงหน้าประตูบ้าน”
ซูอวี่พยักหน้ารับ แต่กลับยืนนิ่งอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
“มีอะไรอีกล่ะ?” หลิวขวงถามยิ้มๆ สำหรับอัจฉริยะหน้าใหม่ที่น่าจับตามองอย่างซูอวี่ เขาย่อมเต็มใจให้เวลาพูดคุยด้วยเป็นพิเศษ
ซูอวี่เกาหัว แสร้งทำหน้าซื่อตาใส “คือว่าท่านประธานหลิว… ไม่ใช่ว่ามีรางวัลเป็นเงินสดด้วยเหรอครับ?”
หลิวขวงชะงักกึก ก่อนจะหลุดหัวเราะลั่น “ไอ้เด็กนี่! เป็นนักสู้แล้ว ของนอกกายพวกนี้มันไม่นับเป็นอะไรหรอกน่า เอาเถอะ เดี๋ยวฉันให้คนโอนเข้าบัญชีให้สักหนึ่งแสน พอใจไหม?”
ซูอวี่ตาเป็นประกาย รีบโค้งตัวตอบรับทันที “ขอบพระคุณมากครับท่านประธานหลิว!”
หลิวขวงยิ้มบาง โบกมือไล่เบาๆ “เอาล่ะ หมดธุระแล้วก็กลับไปเถอะ บางทีอีกไม่นาน... พวกเราคงได้เจอกันอีกแน่”
หลิวขวงจ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มด้วยสายตาแฝงความนัย
ซูอวี่