พยักหน้ารับคำ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไป
ทันทีที่ประตูปิดลง รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิวขวงก็เลือนหายไป ชายวัยกลางคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา จ้องมองเบอร์โทรศัพท์หนึ่งในรายชื่อติดต่อด้วยความลังเลอยู่นาน
ก่อนจะตัดสินใจกดโทรออก
“ฮัลโหล ฉันหลิวขวง…”
……
ซูอวี่ก้าวเท้าออกจากสมาคมนักสู้ มุ่งหน้ากลับบ้าน
ทว่าในมุมมืดที่สายตาเขาจับจ้องไม่ถึง ร่างเงาสายหนึ่งกำลังยืนนิ่งกลืนไปกับความมืด ร่างเงานั้นยกนิ้วแตะหูฟังบลูทูธ กระซิบเสียงเหี้ยม
“เป้าหมายออกจากสมาคมนักสู้แล้ว จะให้ลงมือเลยไหมครับ?”
ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเยือกเย็น
“ไม่ต้องรีบ หาโอกาสตอนที่มันออกนอกเมืองแล้วค่อยเก็บมัน ลงมือในเมืองเอิกเกริกเกินไป”
ร่างเงาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรับคำเด็ดขาด
“รับทราบ!”
……
ตัดกลับมาที่ห้องเช่า ซูอวี่ปิดประตูล็อกกลอนอย่างแน่นหนา สีหน้าเบิกบานสุดขีด
ชายหนุ่มไม่รอช้า เรียก [ช่องสังเคราะห์] ขึ้นมาตรงหน้าทันที
เขาโยนโอสถปราณโลหิตทั้งหมดลงไปคราฟต์รวดเดียวจนกลายเป็น ‘โอสถหลอมโลหิต’ จากนั้นก็นำโอสถหลอมโลหิตไปคราฟต์ต่อจนได้ ‘โอสถชำระกาย’ มาสองเม็ด
ชายหนุ่มลังเลอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะตัดสินใจโยนโอสถชำระกายทั้งสองเม็ดลงช่อ