ด้วยความหวาดกลัวที่เย็นยะเยือกจับไปถึงกระดูก ซันนี่ค่อยๆ เคลื่อนที่ไปยังนักเก็บกวาดตัวถัดไป เขาสามารถบอกได้จากระยะไกลว่ามันตายแล้วเช่นกัน แต่เขาก็ต้องเข้าไปใกล้เพื่อความแน่ใจ และเขาก็คิดถูก สิ่งมีชีวิตตัวนั้นแทบจะถูกตัดขาดเป็นสองท่อนโดยผู้จู่โจมปริศนา เครื่องในที่เปียกโชกของมันกองระเนระนาดอยู่บนพื้นในสภาพที่ดูไม่จืด
ความมืดที่เคยทำให้เขารู้สึกอุ่นใจกลับกลายเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวและกดดันแทน ซันนี่ตัวสั่นเทา
…กว่าที่เขาจะตรวจสอบมอนสเตอร์ครบทั้งแปดตัวและยืนยันว่าพวกมันตายหมดแล้ว เขาก็รู้สึกคลื่นไส้และหวาดกลัวจนแทบเสียสติ เมื่อตอนที่ซันนี่ตระหนักได้ว่าเงาร่างสีดำเหล่านั้นคือนักเก็บกวาด เขาคิดว่าสถานการณ์มันแย่ถึงขีดสุดแล้ว แต่ตอนนี้เขาไม่แน่ใจอีกต่อไป
อันที่จริง เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเรื่องราวมันเปลี่ยนจาก “เลวร้าย” กลายเป็น “ชิบหาย” ไปแล้ว
ซันนี่ยืนอยู่ข้างๆ นักเก็บกวาดตัวสุดท้าย เขาสังเกตสภาพแวดล้อมและคิดที่จะกลับไปหาเนฟและแคสซี่ บางทีฆาตกรที่น่าสยดสยองนั่นอาจจะจากเกาะนี้ไปแล้ว พวกเขาอาจจะแค่หลบซ่อนตัวและภาวนาให้โชคดี อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
อย่างไรก็ตาม การไม่รู้ว่าอันตรายแบบไหนที่ซุ่มซ่อนอยู่ในความมืดจะทำให้เขาเสียสติไปก่อนที่เช้าวันใหม่จะมาถึงเสียอีก แถมด้วยคุณลักษณะ “ผู้ถูกเลือกโดยโชคชะตา” ของเขา การ “ภาวนาให้โชคดี” ก็ไม่ต่างอะไรกับการไปหาที่ตาย