นั่นคือเหตุผลที่แม้ร่างกายจะชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ ซันนี่ก็ยังกัดฟันและค่อยๆ เดินไปยังสันหินที่บดบังส่วนที่เหลือของเกาะไว้ เมื่อเข้าใกล้ เขาก็เริ่มปีนขึ้นไป พยายามทำตัวให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
สันหินไม่ได้สูงมากนัก เขาจึงสามารถปีนขึ้นไปได้โดยไม่ต้องใช้แรงมาก เขาแนบชิดกับโขดหิน เงยหน้าขึ้นมองลงไปข้างล่าง
จากนั้น เขาก็อยากจะปล่อยมือและร่วงลงพื้นไปในทันที
เบื้องล่างของเขา ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร เงาร่างสีดำพาดทับกับโขดหิน มันมีขนาดใหญ่กว่าพวกนักเก็บกวาดมาก พร้อมด้วยหนามแหลมคมที่งอกออกมาจากกระดองที่หนาเตอะ เปลือกแข็งของมันเป็นสีดำสลับแดงก่ำ ราวกับชุดเกราะโบราณที่เปื้อนเลือดสดๆ แทนที่จะเป็นก้าม แขนของมันกลับมีเคียวกระดูกที่น่าสยดสยองสองเล่มยื่นออกมาจากข้อต่อ
แต่ละเล่มนั้นยาวและคมพอที่จะผ่าร่างนักเก็บกวาดออกเป็นสองซีกได้สบายๆ
ซันนี่ตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับ เขาถึงกับหยุดหายใจ
‘เจ้านี่เองคือฆาตกร’
มันคือหนึ่งในมอนสเตอร์ที่พวกเขาเห็นตอนไปเก็บเศษเสี้ยววิญญาณระดับก้าวข้ามจากซากฉลามยักษ์ หรือไม่ก็เป็นพวกเดียวกัน เขาจำได้ว่าสิ่งมีชีวิตสองตัวนั้นฟันฝ่าฝูงนักเก็บกวาด ฆ่าหรือเหวี่ยงสัตว์ร้ายที่ขวางทางทิ้งอย่างไร้ปรานี การสังหารพวกมันแค่เจ็ดแปดตัวย่อมไม่ใช่ปัญหาสำหรับสิ่งที่อันตรายขนาดนี้
ไม่ต้องพูดถึงการกำจัดผู้หลับใหลสามคนเลย