เขาค่อยๆ ลดตัวลงอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเสียง ร่างกายของเขาสั่นเทาไปหมด เขาขยับแขนและขาด้วยความแม่นยำสูงสุด เริ่มปีนลงจากสันหิน พลางภาวนาไม่ให้มันได้ยิน รับรู้ หรือสังเกตเห็นเขาด้วยวิธีใดก็ตาม
โชคดีที่มอนสเตอร์ตัวนั้นยังไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเขา
เมื่อถึงพื้น ซันนี่ถอยหลังไปสองสามก้าวโดยที่ยังหันหน้าเข้าหาสันหิน เขาต้องบังคับตัวเองให้หันหลังกลับ ความรู้สึกเหมือนถูกเข็มลึกลับนับพันเล่มทิ่มแทงที่หลัง ชายหนุ่มลอบเร้นไปในทิศทางที่เขาทิ้งเพื่อนร่วมทางไว้
ไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็กลับมาหาเนฟิสและแคสซี่ เด็กสาวทั้งสองดูเกร็งและประหม่า กำลังรอการกลับมาของเขาในความมืด ก่อนจะก้าวออกมาจากเงามืด ซันนี่ส่งสัญญาณให้พวกเธอรู้ว่าเขากำลังเข้าไป
“ฉันเอง”
เนฟิสขยับตัว ลดดาบลงเล็กน้อย ใบหน้าของเธอเคร่งขรึม
“สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?” เธอพูดพลางรักษาระดับเสียงให้เบาที่สุด
ซันนี่ค่อยๆ พ่นลมหายใจออกมา ในที่สุดก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่เขาดีใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในสถานที่ต้องสาปแห่งนี้
“มีนักเก็บกวาดอยู่รอบตัวเราแปดตัว แต่พวกมันตายหมดแล้ว ฆาตกรคือหนึ่งในมอนสเตอร์ตัวใหญ่ที่เราเคยเห็น ตัวที่มีลวดลายสีแดงก่ำบนกระดองและมีเคียวแทนก้ามน่ะ มันกำลังหลบพายุอยู่ใต้สันหินไม่ไกลจากที่นี่”