ขณะที่ซันนี่ปีนขึ้นบันได หนึ่งในผู้พิทักษ์ที่ไร้รูปร่างก็เดินเข้ามาหาเขา มันพร้อมที่จะดับแสงแห่งชีวิตที่ริบหรี่อยู่ในอกของผู้บุกรุก แต่แล้วก็หยุดลงเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจางๆ ที่คุ้นเคยประหลาดมาจากวิญญาณของเขา กลิ่นอายแห่งความเป็นเทพ ที่ดูโศกเศร้าและอ้างว้าง ผู้พิทักษ์จึงหลีกทางให้ซันนี่ผ่านไป
เขาเดินเข้าไปในวิหารโดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด
ซันนี่พบว่าตัวเองอยู่ในห้องโถงที่โอ่โถง แสงจันทร์สาดกระเซ็นลงมาตามช่องโหว่ของหลังคาที่พังทลายบางส่วน เงามืดที่ลึกซึ้งโอบล้อมวงกลมแห่งแสงสีเงินเหล่านั้นโดยไม่กล้าแตะต้อง พื้นถูกปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง
ที่ปลายสุดของห้องโถง แท่นบูชาขนาดใหญ่ถูกสกัดจากหินอ่อนสีดำชิ้นเดียว มันเป็นสิ่งเดียวในวิหารที่ไม่ถูกแตะต้องด้วยหิมะ ซันนี่ลืมไปแล้วว่าเขามาที่นี่ทำไม เขาเดินตรงไปที่แท่นบูชา
เขาเพียงแค่อยากจะนอน
แท่นบูชานั้นแห้ง สะอาด และกว้างขวางราวกับเตียงนอน ซันนี่ปีนขึ้นไปบนนั้นแล้วล้มตัวลงนอน
ดูเหมือนว่าเขากำลังจะตาย
เขายอมรับมันได้
ซันนี่พยายามจะหลับตาลง แต่ก็ต้องหยุดเพราะเสียงที่ดังขึ้นกะทันหันจากทิศทางของทางเข้าวิหาร เขาหันหน้าไปมองโดยไม่มีความอยากรู้อยากเห็นแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาเห็นควรจะทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังวาบหากเขาไม่ได้กำลังหนาวล้าและไม่แยแสต่อสิ่งใดขนาดนี้