เหตุผลของนักปราชญ์นั้นฟังดูแน่นหนาจนน่ากลัว ฮีโร่รับฟังโดยที่สีหน้าดูมืดมนลงเรื่อยๆ ในทุกคำพูด ในที่สุดเขาก็มองมาที่ซันนี่ แววตาฉายประกายที่ดูอันตรายออกมา
“นั่นก็จริง”
ซันนี่รู้สึกปากแห้งผาก เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมตามไขสันหลัง เขาทะยานตัวเตรียมพร้อมจะลงมือ…
แต่ในวินาทีนั้น ฮีโร่กลับยิ้มออกมา
“ตรรกะของนายน่ะเกือบจะไร้ช่องโหว่เลยล่ะ” เขาพูดพลางชักดาบออกจากฝัก “ทว่า นายลืมคำนึงถึงไปอย่างหนึ่ง”
นักปราชญ์เลิกคิ้ว พยายามซ่อนความประหม่าของตนเองไว้
“มันคืออะไรงั้นเหรอ?”
ทหารหนุ่มหันมาเผชิญหน้ากับเขา รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้า ในตอนนี้เขากำลังแผ่ซ่านเจตนาฆ่าที่เข้มข้นจนแทบจะสัมผัสได้ออกมา
“นั่นคือฉันรู้ว่านายเป็นใคร ท่านลอร์ด ฉันรู้ด้วยว่านายเคยทำอะไรไว้ และทำไมถึงต้องมาลงเอยด้วยการเป็นทาส แค่หนึ่งในอาชญากรรมที่น่ารังเกียจที่นายก่อไว้ก็เพียงพอจะทำให้ฉันอยากฆ่านายแล้ว ดังนั้นถ้าจะมีใครสักคนในหมู่พวกเราที่สมควรถูกสังเวย… คนคนนั้นก็คือนาย”
ดวงตาของนักปราชญ์เบิกกว้าง
“แต่… แต่กลิ่นเลือดล่ะ!”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก ฉันจะทำให้นายหลั่งเลือดออกมามากพอที่จะกลบกลิ่นที่หลงเหลืออยู่บนตัวเด็กนั่นเอง”
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนซันนี่แทบจะตั้งตัวไม่ทัน ฮีโร่พุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ดูเหนือมนุษย์