ทั้งสามคนยืนนิ่งเงียบ มองลงไปเบื้องล่างด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ สิ่งที่เกิดขึ้นกับทาสเจ้าเล่ห์ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจนัก แต่มันก็ยังยากเกินกว่าจะทำใจยอมรับ
ความรู้สึกลางร้ายเข้าปกคลุมหัวใจของพวกเขา เมื่อได้เห็นร่างที่แหลกเหลวของเพื่อนร่วมทาง มันง่ายเหลือเกินที่จะจินตนาการว่าหนึ่งในพวกเขาก็อาจจะต้องมีจุดจบแบบเดียวกัน
ไม่มีใครรู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมา
หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งนาที นักปราชญ์ก็ถอนหายใจในที่สุด
“ยังดีที่นายเอาเสบียงส่วนใหญ่ที่มันแบกไว้มาได้หมดแล้ว”
‘ออกจะไร้หัวใจไปหน่อย แต่ก็ไม่ผิดนัก’ ซันนี่คิดพลางลอบสังเกตทาสอาวุโสอย่างระมัดระวัง
นักปราชญ์ขมวดคิ้วเมื่อตระหนักได้ว่าหน้ากากสุภาพบุรุษผู้ใจดีของเขาหลุดไปชั่วขณะ เขาจึงรีบเติมท้ายด้วยน้ำเสียงเศร้าสลดว่า:
“ขอให้ไปสู่สุคตินะ เพื่อนเอ๋ย”
‘โห การแสดงยอดเยี่ยมจริง’
อันที่จริง ซันนี่ไม่เคยเชื่อในท่าทีเมตตาปรานีของหมอนี่เลยสักวินเดียว เด็กทุกคนจากแถบชายขอบเมืองต่างรู้ดีว่า คนที่ทำตัวใจดีโดยไม่มีเหตุผลคือคนที่น่าระแวงที่สุด พวกเขาถ้าไม่ใช่คนโง่ก็เป็นสัตว์ร้ายไปเลย ซึ่งนักปราชญ์ดูไม่เหมือนคนโง่ ซันนี่จึงระแวดระวังเขาตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบกัน
เขาเอาชีวิตรอดมาได้จนถึงป่านนี้ก็เพราะเป็นคนช่างสงสัยและมองโลกในแง่ร้าย และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเปลี่ยนนิสัยนั้นตอนนี้