ผลที่ตามมาคือ เขามักจะงุนงงและติดขัดกับพฤติกรรมของมนุษย์ และความพยายามที่จะเลียนแบบพฤติกรรมเหล่านั้น ไม่ว่าจะตั้งใจแค่ไหน สุดท้ายก็มักจะล้มเหลวไม่เป็นท่า ความประหลาดนี้ทำให้คนอื่นรู้สึกไม่สบายใจ สรุปสั้นๆ คือเขาแตกต่าง—และถ้ามีสิ่งหนึ่งที่มนุษย์เกลียดที่สุด นั่นก็คือคนที่แตกต่างจากพวกเขา
เมื่อเวลาผ่านไป ซันนี่ก็แค่เรียนรู้ที่จะหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ใครและใช้ชีวิตอยู่ในบทบาทของคนนอกอย่างสะดวกใจ นิสัยนี้ช่วยเขาได้มาก เพราะมันไม่เพียงทำให้เขาพึ่งพาตัวเองได้ แต่ยังช่วยให้เขารอดจากการถูกแทงข้างหลังจากพวกคนเจ้าเล่ห์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
นั่นคือสาเหตุที่เขาไม่รู้สึกยินดีนักที่จะต้องใช้เวลาที่เหลือในฝันร้ายนี้ร่วมกับคนแปลกหน้าสามคน แทนที่จะเริ่มบทสนทนา ซันนี่กลับนั่งเงียบๆ เพียงลำพัง จมอยู่ในความคิดของตัวเอง
หลังจากผ่านไปไม่กี่นาที เสียงของฮีโร่หนุ่มก็ทำลายความเงียบขึ้นมา:
“พอพระอาทิตย์ขึ้น เราจะรวบรวมอาหารและน้ำเท่าที่หาได้ แล้วเดินกลับลงไปจากภูเขากัน”
ทาสเจ้าเล่ห์ส่งสายตาท้าทายไปให้
“ทำไมเราต้องกลับไปด้วย? เพื่อจะถูกล่ามโซ่อีกครั้งงั้นเหรอ?”
ทหารหนุ่มถอนหายใจ