“เราจะแยกย้ายกันไปตามทางของใครของมันได้เมื่อพ้นเขตภูเขาไปแล้ว แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น ฉันยังต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของพวกนาย เราไม่สามารถมุ่งหน้าขึ้นไปข้างบนต่อได้ เพราะทางผ่านเขานั้นทั้งไกลและทารุณ หากไม่มีเสบียงที่เก็บไว้ในรถลาก โอกาสที่พวกนายจะรอดไปได้นั้นมีไม่มากนัก นั่นคือสาเหตุที่การถอยกลับคือความหวังที่ดีที่สุดของเรา”
นักปราชญ์อ้าปากตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจและเงียบไป ทาสเจ้าเล่ห์สบถออกมา ดูเหมือนจะถูกจูงใจด้วยเหตุผลของฮีโร่หนุ่ม
“เราลงไปไม่ได้หรอก”
ทั้งสามคนหันมามองซันนี่ด้วยความประหลาดใจที่ได้ยินเสียงของเขา
ทาสเจ้าเล่ห์หัวเราะเหอะๆ แล้วเหลือบมองไปที่ทหารหนุ่ม
“อย่าไปฟังมันเลยท่าน ไอ้เด็กนี่มัน… เอ่อ… ถูกเทพเจ้าแตะต้องน่ะ มันบ้า ที่ผมพยายามจะบอกคือมันบ้าน่ะครับ”
ฮีโร่หนุ่มขมวดคิ้ว มองไปที่เหล่าทาส
“พวกนายทั้งสองคนรอดชีวิตมาได้ก็เพราะความกล้าหาญของเด็กคนนี้แท้ๆ ไม่ละอายใจบ้างเหรอที่พูดจาให้ร้ายเขาแบบนี้?”
ทาสเจ้าเล่ห์ยักไหล่ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ละอายใจเลยแม้แต่นิดเดียว ทหารหนุ่มส่ายหัว
“สำหรับฉัน ฉันอยากฟังเหตุผลของเขา บอกฉันที ทำไมเราถึงลงไปไม่ได้?”
ซันนี่ขยับตัวด้วยความอึดอัดที่กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน
“เพราะสัตว์ร้ายตัวนั้นยังไม่ตาย”