ทาสเจ้าเล่ห์และนักปราชญ์มองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามไป บางทีอาจเป็นเพราะพวกเขาเข้าใจผิดว่าความใจเย็นของเด็กหนุ่มคือความมั่นใจ หรือไม่ก็อาจเป็นการดลใจจากเทพเจ้า อย่างไรเสีย มันก็เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันดีว่าคนบ้านั้นมักจะได้รับความโปรดปรานจากเหล่าเทพเสมอ
ข้างหลังพวกเขา ฮีโร่หนุ่มหลบกรงเล็บของทรราชได้อย่างปราดเปรียวพลางฟาดฟันดาบเข้าใส่ คมดาบกรีดผ่านขนรุงรังนั่นอย่างไร้ผล ไม่ทิ้งแม้แต่รอยขีดข่วนไว้บนเนื้อหนังของมัน
ในวินาทีต่อมา เจ้าทรราชขยับตัวด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว เหวี่ยงมือทั้งสี่ไปในทิศทางของศัตรูตัวจ้อยที่น่ารำคาญ
แต่ซันนี่ไม่มีทางรู้เรื่องนั้น เขาตั้งหน้าตั้งตาวิ่งสุดกำลังเพื่อไปให้ถึงรถลาก เมื่อไปถึงเขารีบมองไปรอบๆ เพื่อเช็คว่ามีตัวอ่อนอยู่ใกล้ๆ หรือไม่ แล้วจึงมุ่งตรงไปที่ล้อหลัง
รถลากถูกจอดไว้ที่ส่วนบนของลานหินตรงที่ถนนเริ่มแคบลงและกลายเป็นทางโค้ง มันถูกจอดขวางไว้เพื่อบังลม โดยหันหน้าเข้าหาหน้าผาหินและหันหลังให้หน้าผา มีไม้หมอนขนาดใหญ่สองอันวางรองไว้ใต้ล้อหลังเพื่อป้องกันไม่ให้รถไหลถอยหลัง ซันนี่หันไปหาเพื่อนร่วมทางแล้วชี้ไปที่ไม้หมอนนั่น
“เมื่อฉันบอก ให้พวกนายดึงไม้หมอนออกทั้งสองอัน แล้วช่วยกันดัน เข้าใจไหม?”
“หา? ทำไมล่ะ?”
ทาสเจ้าเล่ห์จ้องเขาด้วยสีหน้ามึนตึ้บ นักปราชญ์เพียงแค่มองไปที่ไม้หมอนแล้วมองกลับไปที่เจ้าทรราช