ขณะที่เสียงคลิกประหลาดดังระงมไปทั่วชั้นบรรยากาศ สัตว์ร้ายตัวหนึ่งก็หันหัวมาทางทาสทั้งสามและแยกเขี้ยวขู่ ทาสเจ้าเล่ห์ทรุดลงไปกองกับพื้นพลางพึมพำบทสวดอ้อนวอน
ในขณะที่นักปราชญ์ตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ซันนี่กวาดสายตาไปตามพื้น พยายามหาอะไรสักอย่างมาใช้เป็นอาวุธ แต่ไม่มีอะไรที่เขาพอจะหยิบใช้ได้เลย ด้วยความแค้นเคือง เขาจึงทำเพียงพันโซ่เข้ากับกำปั้นและยกหมัดขึ้น
‘เข้ามาเลยไอ้สารเลว!’
ตัวอ่อนพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วเหลือเชื่อ ท่ามกลางกรงเล็บ เขี้ยว และความสยดสยอง ซันนี่มีเวลาไม่ถึงวินาทีในการตอบโต้
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร ร่างที่ปราดเปรียวร่างหนึ่งก็พุ่งผ่านเขาไป พร้อมกับดาบที่ส่องประกายวาบในอากาศ เจ้าสัตว์ร้ายถูกตัดหัวขาดสะบั้นในการโจมตีเพียงครั้งเดียวและล้มลงกับพื้นอย่างหมดรูป
ซันนี่กะพริบตาปริบๆ
‘นั่นมันอะไรน่ะ?’
ด้วยความมึนงง เขาค่อยๆ หันหัวไปมองทางซ้าย ทหารหนุ่มหน้าตาดีที่เคยยื่นน้ำให้เขายืนอยู่ที่นั่นด้วยสีหน้าที่ดูองอาจ เขามีท่าทางที่สงบนิ่งและมั่นคง แม้จะดูเคร่งขรึมไปบ้าง บนชุดเกราะหนังของเขาไม่มีแม้แต่คราบดินหรือรอยเลือด
‘หมอนี่… สุดยอดไปเลย’ ซันนี่คิดก่อนจะดึงสติกลับมาได้
‘ไอ้พวกขี้เก๊ก! ฉันหมายถึงหมอนี่มันพวกชอบเก๊ก!’