รู้ถึงสถานการณ์ภายในได้เลย”
หลี่เต้ามองศพที่นอนอยู่บนพื้นแล้วกล่าวว่า “ไปตรวจสอบดู”
“ครับ” จางเมิ่งและเสวี่ยปิงรีบเข้าไปตรวจสอบศพที่อยู่บนพื้น ไม่นานทั้งสองก็เดินกลับมา
“หัวหน้า พวกเขาถูกพลังปราณแท้ทำลายเส้นลมปราณที่หัวใจจนแตกสลาย ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้ต่อต้านเลย อาจเป็นไปได้ว่าเป็นฝีมือของคนคุ้นเคย หรือไม่ก็เป็นผู้มีวรยุทธ์สูงส่ง ถึงได้ลงมือในยามที่พวกเขาไม่ทันตั้งตัวได้ หรืออาจเป็นทั้งสองกรณี เพราะข้าพบศพของผู้แข็งแกร่งระดับปรมาจารย์อยู่ด้านใน”
หลี่เต้าเงยหน้ามองลึกเข้าไปในจวนอัครเสนาบดีแล้วเอ่ยว่า “ให้คนจัดการศพพวกนี้ พวกเราจะเดินหน้าต่อ”
“ครับ”
หลี่เต้าพาหลี่ชิงเอ๋อร์เดินไปตามระเบียงทางเดิน มุ่งหน้าเข้าไปในเขตจวนอัครเสนาบดี ทุกก้าวที่เดินไปจะพบศพปรากฏอยู่ ดูจากการแต่งกายแล้วก็ล้วนเป็นบ่าวรับใช้ภายในจวนอัครเสนาบดี ยิ่งพบศพมากขึ้นเท่าไร สีหน้าของหลี่เต้าก็ยิ่งดูไม่ค่อยดีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดเมื่อทั้งสองคนมาถึงลานด้านหลัง ทันใดนั้นก็มีเสียงความเคลื่อนไหวดังแว่วมา
ที่ลานด้านหลัง
“อย่าฆ่าข้า! เจ้าฆ่าข้าไม่ได้ ข้าเป็นถึงองค์ชาย หากอัครเสนาบดีของเจ้ายังไม่ฆ่าข้า แล้วเจ้าบังอาจฆ่าข้า เขาจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”
องค์ชายรองจ้าวซุ่ยทรุดนั่งอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พลางโบกมือปัดป้องอย่างหวาดกลัว และตรงหน้าของเขานั้นมีชายชราผู้หนึ่งยืนอยู่ ทั่วทั้งร่างเปรอะเปื้อนด้วยเลือด ผมเผ้ารุงรั