กระมัง”
เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวฉงก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ สายตาเหลือบมองไปยังจีหมิงเยว่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้ากลุ่ม จากนั้นเขาก็คุกเข่าลงทันทีโดยไม่ลังเลเลยแม้แต้น้อย “ขอเชิญองค์หญิงขึ้นครองราชย์พะยะค่ะ!” แม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าฮ่องเต้ยังไม่สิ้นพระชนม์ แต่ในเมื่อฮ่องเต้ได้มอบพระราชโองการให้หลี่เต้าจัดการ ก็สมควรดำเนินการตามที่หลี่เต้ากล่าวไว้ก่อนหน้านี้
เมื่อจ้าวฉงทำเช่นนั้น องครักษ์ทั้งสามนายที่ติดตามเขาก็คุกเข่าลงในทันที แม้ว่าด้วยชนชั้นและสถานะของพวกเขาแล้วจะไม่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดเมื่อมีหลี่เต้าอยู่ข้างกาย พวกเขาก็ทำเช่นนั้นโดยสัญชาตญาณ
“ขอเชิญองค์หญิงขึ้นครองราชย์!” เมื่อหลายคนคุกเข่าลงไป เหล่าขุนนางฝ่ายปกครองและฝ่ายทหาร พระญาติในราชวงศ์ และสนมกำนัลในวังหลังต่างก็ทยอยคุกเข่าลง ในไม่ช้าด้านนอกพระที่นั่งไท่เหอก็เหลือเพียงแค้หลี่เต้าคนเดียวที่ไม่ได้คุกเข่าคำนับ
หลี่เต้าจะคุกเข่าได้อย่างไร ในความหมายบางอย่างอีกฝ่ายก็ถือเป็นสตรีของเขา อีกทั้งยังกำลังจูงเสี่ยวอวี่เอ๋อร์อยู่ ดูเหมือนจีหมิงเยว่เองก็ไม่อยากให้หลี่เต้าลำบากใจ จึงกล่าวว่า “อูอันกงมีความชอบที่ช่วยชีวิตข้า ไม่ต้องคุกเข่า” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน เป็นเพราะหลี่เต้าไม่มีสายเลือดตระกูลจ้าว มิเช่นนั้นแล้วถ้าเขาอยากจะอ้างตนเป็นฮ่องเต้เหมือนเจียนจื่อเต้า ก็คงไม่มีใครกล้าคัดค้านเช่นกัน
ท่ามกลางการห้อมล