ียน ทันใดนั้นองครักษ์ทั้งสามคนพลันเอ่ยขึ้นอย่างกระอักกระอ่วน “พวกกระหม่อมมีธุระ จึงไม่ขอไปเข้าเฝ้าอดีตฮ่องเต้ด้วย” เพราะเรื่องที่พวกเขาเคยทำไว้ก่อนหน้านี้ พวกเขาจึงไม่มีหน้าจะเข้าไปพบผู้ใด แม้ว่าฮ่องเต้จะสิ้นแล้วก็ตาม จ้าวฉงไม่ได้เอ่ยปากห้าม เขาเพียงแค่มองไปทางองค์หญิงหมิงเยว่
องค์หญิงหมิงเยว่พยักหน้าเบา ๆ “หากทั้งสามท่านมีธุระก็ไปเถิด”
“ขอบพระทัยพะยะค่ะ องค์หญิง” พูดจบทั้งสามก็รีบจากไป
หลี่เต้ามองร่างที่จากไปของทั้งสามพลางส่ายหน้า ไป่อวิ๋นเปียนเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นก็อดถามไม่ได้ “อูอันกง พวกองครักษ์มีปัญหาอะไรหรือ?”
“ไม่มีปัญหาใหญ่อันใด เพียงแต่อดรู้สึกว่าพวกเขาทำตัวไม่มั่นคงพอ” ว่าแล้วเขาก็เดินตามจ้าวฉงและองค์หญิงหมิงเยว่เข้าสู่ตำหนักเฉียน
ไม่มั่นคงพอ? ไป่อวิ๋นเปียนฟังจนรู้สึกงุนงง
“เสด็จพ่อ!” องค์หญิงหมิงเยว่ที่ก่อนหน้านี้ยังดูสงบนิ่งอยู่มาก เมื่อเห็นฮ่องเต้ที่นอนอยู่บนเตียงมังกร นางก็ไม่อาจระงับความรู้สึกได้อีกต่อไป นางร้องเรียกออกมาครั้งหนึ่งแล้วพุ่งเข้าไปหาทันที จ้าวฉงมองดูองค์หญิงหมิงเยว่ที่กำลังร่ำไห้ด้วยความเศร้าโศก ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ยกมือขึ้นแล้วล้มเลิกความตั้งใจ
“เสด็จพ่อ เหตุใดท่านถึงจากไปเช่นนี้ ทำไมไม่พบหมิงเยว่เป็นครั้งสุดท้าย” องค์หญิงหมิงเยว่ซบอยู่บนร่างของฮ่องเต้พลางตัดพ้อด้วยความเศราโศกจนร้องไห้ออกมา “เสด็จพ่อ ได้โปรดตื่นขึ้นมามองหมิงเยว