ทั้งสามคนจึงต้องหลีกทางให้ เมื่อมองดูเงาร่างด้านหลังของหลี่เต้าแล้ว องครักษ์ที่พูดก่อนหน้านี้ก็มีแววตาไม่พอใจ อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำเบา ๆ
ในพริบตาต่อมา สายลมแรงก็พลันปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา ทันใดนั้นก่อนที่เขาจะทันได้ตอบสนอง ร่างทั้งร่างก็ถูกจับที่ลำคอและถูกยกขึ้นในทันที สีหน้าขององครักษ์อีกสองนายพลันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“เจ้าจะทำอะไร!”
“ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้!”
หลี่เต้าไม่สนใจองครักษ์อีกสองคนเลยแม้แต้น้อย เขามองใบหน้าที่แดงก่ำในอุ้งมือที่กำลังดิ้นรนอย่างไร้ประโยชน์ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า “สัตว์เดรัจฉานเช่นเจ้า มีชีวิตอยู่มานานเกินไปจนลืมไปแล้วหรือว่า ควรเคารพผู้ที่แข็งแกร่งกว่าตนเช่นไร?”
“ขะ… ขออภัย” จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวของหลี่เต้า ได้ทำให้ดวงตาขององครักษ์ผู้นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่เหลือท่าทีเย่อหยิ่งเช่นก่อนหน้า ได้แต่ขออภัยอย่างไร้หนทาง ในตอนนี้เองเขาถึงตระหนักขึ้นได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะให้ความสำคัญกับตำแหน่งองครักษ์ของเขา อย่างน้อยผู้ที่อยู่ตรงหน้านี้ก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะทำเช่นนั้น
“อูอันกง…” จ้าวฉงเดินมาหยุดตรงหน้าหลี่เต้าอย่างลังเลก่อนจะเอ่ยปาก หลี่เต้าหันกลับมาพยักหน้า “เห็นแก่ท่านขันทีจ้าว ข้าจะละเว้นชีวิตพวกเจ้าไว้”
หากในอนาคตองค์หญิงหมิงเยว่ได้ขึ้นครองราชย์ พวกเขาก็ถือว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนาง และผู้ใต้บังคับบัญชาของนางก็นับว่าเป็นคนของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์เช่นกัน แม้