เทพมนุษย์ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของโลกนี้แล้ว”
องค์หญิงหมิงเยว่ถาม “ไม่มีหนทางเลยจริงๆ หรือ”
จีหมิงเยว่ตอบ “หากจะสู้ต่อไปคงไร้ประโยชน์ แต่ถ้าจะหนีก็ยังพอมีโอกาสอยู่บ้าง”
องค์หญิงหมิงเยว่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ถ้าเช่นนั้นก็หนีกันเถอะ”
“ต้าเฉียนจะไม่เอาแล้วหรือ”
“รักษาชีวิตไว้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“รอดูก่อนเถิด บางทีเขาอาจสร้างปาฏิหาริย์ได้อีก”
“ปาฏิหาริย์หรือ เป็นไปไม่ได้หรอก”
จีหมิงเยว่ไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำเพียงแค่จ้องมองเงาร่างด้านหลังของหลี่เต้า ไม่รู้ทำไมแตนางรู้สึกว่าควรจะรออีกสักหน่อย
ผู้คนที่มีไหวพริบมีอยู่มากมาย ไม่นานนักลานกว้างนอกพระที่นั่งไท่เหอก็ว่างเปล่า เพียงแคกระแสพลังเทพมนุษย์ที่แผ่ออกมาจากร่างของจ้าวจื่อเต๋าก็ทำให้ทั้งลานว่างเปล่า และทำให้ทั้งสองมีพื้นที่ในการต่อสู้
เหนือพระที่นั่งไท่เหอมีร่างสี่คนยืนอยู่กลางอากาศ นั่นคือจ้าวจงและองครักษ์ทั้งสามคน องครักษ์ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น “ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะชัดเจนแล้ว”
องครักษ์อีกคนก็กล่าวเห็นด้วย “ไม่มีใครคาดคิดว่าอัครเสนาบดีผู้นั้นจะซ่อนความสามารถไว้ลึกถึงเพียงนี้ มีวรยุทธ์ระดับเทพมนุษย์ พวกเราต้องลำบากตรากตรำถึงสองร้อยกว่าปีก็ยังไม่สามารถบรรลุถึงระดับเทพมนุษย์ได้ แต่เขากลับทำได้ทั้งที่อายุเพียงร้อยกว่าปี และยังทำได้ด้วยความสามารถของตัวเอง ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ”
องครักษ์คนสุดท้ายพูดว่า “ไม่ธรรมดาแล้วอย่างไร ตอนนี้ก็เป