ไทเฮามองดูจีหมิงเยว่ นางพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว เพราะแม้นางจะหนาด้านเพียงใด แต่ก็ไม่อาจกล่าวว่าตนมีสายเลือดตระกูลจ้าวได้ จีหมิงเยว่แย้มยิ้มบางก่อนจะกล่าวต่อว่า “บางคนไม่เพียงไม่มีสายเลือดตระกูลจ้าว แต่ยังนั่งอยู่ในตำแหน่งสูงของตระกูลจ้าว ทั้งที่แม้แต่ไข่ของตระกูลจ้าวก็ไม่อาจออกได้ ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่านางมีความกล้าเช่นไรถึงได้ยืนอยู่ที่นี่”
ผู้คนรอบข้างที่ได้ยินถ้อยคำนี้ต่างพากันสูดลมหายใจเฮือก ประโยคนี้นับได้ว่าเป็นการเยาะเย้ยถึงขีดสุด ทุกคนต่างรู้ดีว่าฮ่องเต้ไม่ใช่โอรสแท้ ๆ ของไทเฮา และรู้ว่าไทเฮาไม่เคยมีบุตรชายมาก่อน แต่ไม่เคยมีผู้ใดกล้าพูดออกมาตรง ๆ แม้แต่ตัวฮ่องเต้เอง ทว่าบัดนี้กลับถูกองค์หญิงหมิงเยว่เปิดโปงอย่างตรงไปตรงมา ข่าวลือไม่ได้บอกหรือว่าองค์หญิงหมิงเยว่เย็นชาไม่คบหาผู้ใด เช่นนั้นนางก็ควรจะพูดจาไม่เก่งมิใช่หรือ เหตุใดจึงมีวาทศิลป์ที่ ‘ล้ำลึก’ เช่นนี้
ครั้งนี้ไทเฮาไม่เพียงแค่พูดไม่ออก แม้แต่การหายใจก็ยังติดขัด ผ่านมากี่ปีแล้วไม่มีใครกล้าลบหลู่นางเช่นนี้ มานานเท่าใดแล้ว สิ่งที่ไทเฮาไม่รู้ก็คือฮ่องเต้ไม่เพียงเป็นที่พึ่งอันยิ่งใหญ่ขององค์หญิงหมิงเยว่เท่านั้น แต่ยังเป็นที่พึ่งอันยิ่งใหญ่ของนางเช่นกัน หลังฮ่องเต้จากไป นางผู้เป็นไทเฮาที่ไร้ทายาทสืบสกุลจะมีความหมายอันใดในวังหลวงแห่งนี้ หากว่าจ้าวเชียวยังอยู่ก็คงจะดี แม้จะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแต่อย่างน้อยก็มีบุญคุณที่เลี้ยงดูกั