การเข้าเฝ้าในยามเช้าสิ้นสุดลงแล้ว หลี่เต้าและหยางหลินเดินกลับไปตามเส้นทาง เมื่อนึกถึงคำพูดของจ้าวเหนียน สีหน้าของหลี่เต้าก็ดูประหลาดขึ้นมา ให้เขาที่เป็นฆาตกรมาสืบหาฆาตกร หรือว่าจะให้เขามอบตัวออกไปเสียเอง หลี่เต้าสะบัดศีรษะ สำหรับเขาเรื่องของจ้าวเชียวได้ผ่านไปแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะติดนิสัยของหลี่ชิงเอ๋อร์ผู้เป็นน้องสาวมาหรือไม่ การที่วันนี้ไม่ได้เห็นเรื่องสนุกในท้องพระโรงจึงทำให้เขารู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงกระแสความไม่สงบที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในเมืองหลวง ราวกับว่ามันพร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
เวลาผ่านไปอีกสองวันอย่างรวดเร็ว ในช่วงสองวันนี้เมืองหลวงกลับดูเหมือนจะไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นจวนอัครเสนาบดีหรือภายในวังหลวงล้วนแต่เงียบสงบ
ยามราตรี เสียงเคาะประตูได้ดังรัวขึ้นอย่างเร่งรีบ ประตูใหญ่ของจวนอู่อันกงถูกเปิดออกจากด้านใน
“ท่านผู้อาวุโสหยาง ท่าน…” ตรงหน้าหลี่เต้าคือหยางหลินที่สวมชุดสีดำ บนศีรษะมีผ้าคลุม ดูเหมือนจงใจปลอมตัวมา หยางหลินไม่พูดอ้อมค้อม เขากล่าวเสียงต่ำว่า “รีบตามข้าเข้าวังด่วน ฝ่าบาทอาจจะทรงสวรรคตแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ม่านตาของหลี่เต้าก็พลันหดเล็กลง
เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไป ณ สวนลึกของวังหลวง ตำหนักเฉียน ทั้งสองคนผ่านด่านตรวจหลายชั้นจนเดินทางมาถึงหน้าตำหนักเฉียน เมื่อพวกเขามาถึง จ้าวจงก็รออยู่ที่หน้าตำหนักเฉียนนานแล้ว
“ท่านไท่ผิงกง ท่านอ